เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่อวิ๋นซูก็เดินจากไปแล้ว ก่อนจะปีนขึ้นเตียงจากอีกด้าน
เขาจึงกลืนคำพูดลงคอ ก้มหน้ามองเอกสารต่อ
ความเงียบอยู่ได้เพียงครู่เดียว อวิ๋นซูก็พิงแขนฉินเยี่ยนจิง แล้วยื่นหน้าออกมาถามว่า “คุณอ่านอะไรอยู่เหรอ?”
เป็นภาษาอังกฤษล้วน
ร่างกายนุ่มนิ่มแนบชิดเข้ามา คล้ายสัมผัสโดนบางอย่าง ฉินเยี่ยนจิงชะงักไป ก่อนจะขยับแขนหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
“รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสของบริษัทลูกในต่างประเทศ”
อวิ๋นซูสังเกตเห็นว่าเขาตั้งใจหลบ จึงกะพริบตาปริบ ๆ ไม่ได้พิงแขนเขาเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับกอดเขาไว้ทั้งตัว จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ริมฝีปากยกยิ้มคล้ายกำลังบอกว่า ลองหลบดูสิ
ฉินเยี่ยนจิงกระตุกแขนออก แต่ดึงไม่หลุด
ทั้งคู่แนบชิดกันเกินไป เสื้อผ้าสองชั้นบาง ๆ แทบปิดบังอะไรไม่ได้ ความรู้สึกจึงชัดเจนกว่าเมื่อครู่เสียอีก
เขาชะงัก หันไปมองเธอทางหางตา เด็กสาวมีสีหน้าภาคภูมิใจ คอเสื้อเปิดกว้างกว่าเมื่อครู่จนแทบเห็นทุกอย่าง
ฉินเยี่ยนจิงรีบหันหน้าหนีราวกับถูกไฟช็อต ไม่กล้ามองอีก
ผ่านไปพักใหญ่กว่าอารมณ์จะสงบลง
“ตั้งใจอ่านขนาดนี้ อ่านรู้เรื่องเหรอ?” ฉินเยี่ยนจิงถาม
อวิ๋นซูส่งเสียงจิ๊อย่างไม่พอใจ “ดูถูกกันนี่!”
ฉินเยี่ยนจิงก้มคิ้วลงเล็กน้อย พูดอย่างเรียบเฉยว่า “ไม่ได้ดูถูก เทอมที่แล้วคุณติดเอฟ”
อวิ๋นซูถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะแก้ตัวเสียงเบาว่า “ก็เพราะตอนนั้นฉันไม่สบายช่วงมีประจำเดือนต่างหาก ไม่อย่างนั้นฉันไม่มีทางติดเอฟหรอก!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเธอถูกเขาพูดจนเถียงไม่ออก แก้มป่องด้วยความโมโห แถมยังดูเหมือนกำลังกัดฟันกรอด
มุมปากที่มักเม้มแน่นของฉินเยี่ยนจิงคลายออกเป็นรอยยิ้มจาง ๆ เพียงชั่วพริบตาก็เลือนหาย “อืม”
อวิ๋นซูเน้นย้ำอีกครั้ง “เพราะฉะนั้นฉันอ่านรู้เรื่อง”
