อาบน้ำเสร็จก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว
อวิ๋นซูหลับไปแล้ว
เธอนอนหงายอยู่บนเตียง ใบหน้าเล็กแดงระเรื่อ ดวงตาปิดสนิท ขนตางอนหนาทอดเงาจาง ๆ ลงบนใต้ตา ดูอ่อนโยนสงบเสงี่ยม ไม่เหลือเค้าคนที่ก่อเรื่องวุ่นวายเมื่อตอนกลางวันเลยแม้แต่น้อย
ฉินเยี่ยนจิงมองเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขึ้นเตียงไปนอนตัวตรง วางแขนไว้ข้างลำตัวอย่างเรียบร้อย เว้นระยะห่างจากเธอ ท่านอนเป็นระเบียบเสียยิ่งกว่าตำรา
เขายกมือปิดไฟ ห้องทั้งห้องจมสู่ความมืด
อวิ๋นซูลืมตาขึ้น แล้วค่อย ๆ หลับตาลงอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น
ตอนฉินเยี่ยนจิงตื่น เขารู้สึกแน่นหน้าอกอย่างหนัก
อวิ๋นซูที่ก่อนหน้านี้นอนเรียบร้อยอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้กลิ้งมาอยู่ฝั่งเขาตั้งแต่เมื่อไร ศีรษะหนุนแขนเขา แขนพาดทับหน้าอกและท้อง ส่วนขาก็ยังพาดข้ามขาเขาอย่างซุกซน ราวกับโคอาลากอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง
เหลือบมองใบหน้าของอวิ๋นซูที่กำลังหลับสนิท แล้วค่อย ๆ ยกแขนขาเธอลงอย่างเบามือ
ไม่รู้เมื่อคืนเธอกลิ้งมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ชุดนอนที่ใส่ถึงกับเลิกขึ้นมาเพราะท่าทางการนอนพลิกไปพลิกมา เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนช่วงหนึ่ง
ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเตียงเมื่อคืนพลันถาโถมกลับมา ฉินเยี่ยนจิงหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย ก่อนฝืนเบือนสายตาออกไปอย่างยากลำบาก
ครู่หนึ่งต่อมา เขาพยุงตัวขึ้น แล้วยื่นมือดึงชายชุดนอนที่ม้วนขึ้นของอวิ๋นซูลงมา
ในจังหวะที่ชักมือกลับ ฉินเยี่ยนจิงก็สบเข้ากับดวงตาของอวิ๋นซูที่เพิ่งลืมขึ้นและยังงัวเงียอยู่
เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงกะพริบตาช้า ๆ มองฉินเยี่ยนจิง แล้วหันไปมองต้นขาตัวเอง ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาหาเขา
