เจียงฉือไป๋ทำอาหารเช้าง่าย ๆ เป็นแซนด์วิชหนึ่งชิ้น ตอนเตรียมทอดเนื้อให้ อวิ๋นซู ถึงได้พบว่าในตู้เย็นเหลือเนื้ออกไก่อยู่แค่กล่องเดียว
ดูท่าคงไม่พอให้เธอกิน
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหยิบไข่สองฟองจากกล่องมาต้ม พอสุกแล้วก็ปอกเปลือก วางลงบนจานพร้อมอกไก่ทอดหอม ๆ
ไข่สีขาวนวลกลมดิกถูกผ่าครึ่ง เผยไข่แดงสีเหลืองอ่อนนุ่มละมุน เสิร์ฟคู่กับผักกาดหอมสองสามใบ ข้าง ๆ ยังมีอกไก่สีเหลืองทองน่ากิน วางอย่างได้สัดส่วน แม้ไม่ได้ใส่เครื่องปรุง แต่ก็ไม่ต่างจากอาหารที่เจียงฉือไป๋กินเป็นประจำ
เขาถือจานกลับไปที่ห้อง
อวิ๋นซูยังนอนหลับอยู่ ใบหน้าซุกอยู่กับหมอน ร่างถูกผ้าห่มห่อไว้ เหลือให้เห็นเพียงท้ายทอยกลม ๆ ปุกปุย ขนตรงขอบสุดเหมือนกำลังเปล่งประกาย
พอเจียงฉือไป๋เห็นภาพนั้น มุมปากก็ยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยเบาลง “ซูซู”
เจ้าเหมียวน้อยไม่มีปฏิกิริยา มีเพียงหูฟู ๆ ที่ขยับไหว
แววตาของเจียงฉือไป๋มีรอยยิ้ม เขาวางจานไว้ข้างหมอน “อาหารเช้าวันนี้มีไข่ต้มที่เพิ่งทำเสร็จ กับอกไก่หอม ๆ ไม่รู้ว่าจะมีแมวตัวไหนอยากกินไหมนะ”
วัตถุดิบที่ไม่ใส่เครื่องปรุงอะไรกลับยิ่งอร่อย หวานหอมชวนลิ้มลอง จมูกของเจ้าเหมียวไวมาก อวิ๋นซูหมอบอยู่บนหมอน แค่ขยับจมูกนิดเดียวก็ได้กลิ่นอาหารหอมน่ากินลอยมา
อยากกิน แต่ไม่อยากขยับ
รอยยิ้มบนใบหน้าเจียงฉือไป๋แทบจะล้นออกมา เขาแสร้งถอนหายใจ “เดิมทีเช้านี้กินข้าวเสร็จแล้วก็อยากไปตลาดอาหารทะเล ตอนนี้ดูท่าคงไม่มีโอกาสไปแล้ว”
ตลาดอาหารทะเลเหรอ?
จู่ ๆ อวิ๋นซูก็รู้สึกว่าเหมือนจะไม่ง่วงแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้น ทำท่าทางงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น ก่อนโซเซพุ่งเข้าไปชนอกเจียงฉือไป๋แล้วร้องเหมียว จากนั้นก็เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาสีอำพันฉ่ำวาว
เจียงฉือไป๋เห็นดังนั้นก็ไม่เปิดโปง มือหนึ่งลูบหัวฟู ๆ ของอวิ๋นซู แต่ยังรู้สึกว่าไม่พอ จึงใช้สองมือประคองหน้าแมวน้อยของเธอขึ้นมา หางตาโค้งลงเล็กน้อย ริมฝีปากบางสีจางยกเป็นรอยยิ้ม
