กินอิ่มดื่มหนำแล้ว อวิ๋นซูก็เดินบนพรมไปหามุมที่แดดส่องถึง ก่อนจะนอนแผ่หลาอย่างเกียจคร้าน สบายเสียจนบรรยายไม่ถูก
เจียงฉือไป๋ลูบท้องเธออยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าท้องน้อย ๆ ไม่แน่นจนมีปัญหา และร่างกายไม่มีอาการผิดปกติอะไร ถึงค่อยวางใจ
ของที่สั่งมาส่งถึงบ้านมาถึงนานแล้ว ตอนนี้เจียงฉือไป๋ถึงมีเวลาจัดการ
ในบรรดาของเหล่านั้นมีที่นอนแมวที่อวิ๋นซูเคยใช้ เขาวางมันไว้ตรงบริเวณที่เธอกำลังนอนอยู่ ส่วนของอย่างคอนโดแมวก็ทยอยนำมาจัดวาง ของที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ก็เอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ
ผ่านไปหลายชั่วโมง พื้นที่ในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดส่องถึงก็ถูกจัดวางจนแน่นขนัด แต่เป็นระเบียบเรียบร้อย
อวิ๋นซูเล่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนปีนขึ้นไปบนจุดสูงสุดของคอนโดแมวแล้วหยุดนิ่ง
เจียงฉือไป๋ทำงานอยู่คนเดียว พอเสร็จก็เหงื่อท่วมตัว เขาจึงขึ้นไปอาบน้ำ พอลงมาอีกครั้งก็เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว
เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผอมบาง ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ดูเหมือนนายแบบ พออยู่ในชุดที่ตัดเย็บพอดีตัวก็ยิ่งขับให้ไหล่กว้าง เอวคอด แขนขายาวเรียวเป็นพิเศษ อวิ๋นซูมองเห็นกล้ามเนื้อบาง ๆ ที่ห่อหุ้มท่อนแขนขาวซีดเรียวยาวของเขา เมื่อขยับก็เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าเล็กน้อย ดูดีมาก
เหนือขึ้นไปคือใบหน้าหล่อเหลาของเขา
ตอนนั้นเองอวิ๋นซูถึงสังเกตว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มดูสะอาดสะอ้านและอ่อนโยน เพียงแต่ผิวขาวซีดเย็นชาราวกับไม่เคยต้องแสงแดดมานาน บวกกับผมดำปรกหน้าผากที่ปิดคิ้วไว้ ดวงตาหลุบต่ำ จึงดูหม่นหมองและเย็นชาอยู่บ้าง
เขาไม่ชอบยิ้ม และไม่ค่อยยิ้มด้วย แต่ในบ้านที่ไม่มีใครอยู่ เจียงฉือไป๋กลับยิ้มพลางพูดเอาใจเธอ เผยลักยิ้มตื้น ๆ สองข้าง ช่วยขจัดความหม่นหมองบนใบหน้าไปได้มาก ทำให้ดูมีความไร้เดียงสาแบบเด็กหนุ่มเพิ่มขึ้น
“ซูซู” เขาเรียกพลางยื่นมือมาหา
ตอนนี้อวิ๋นซูไม่อยากขยับ แถมรอยยิ้มหล่อ ๆ ของเจียงฉือไป๋ยังทำให้เธอละสายตาไม่ได้ จึงยื่นหางไปเกี่ยวปลายนิ้วเขาไว้
