ร่างของฉินเยี่ยนจิงเกร็งขึ้นกว่าเดิม
ดวงตาคู่นั้นจ้องมองอวิ๋นซูอย่างมืดมน ไร้แววสว่างแม้แต่น้อย เขาไม่พูดอะไรสักคำ แต่กลับทำให้คนรู้สึกถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวง
อวิ๋นซูไม่กลัว
เธอกดปลดหัวเข็มขัด ปลายนิ้วขาวผ่องเกี่ยวเข็มขัดสีดำ ก่อนจะดึงออกต่อหน้าฉินเยี่ยนจิงอย่างยิ้มแย้ม
เมื่อคิดจะทำอะไรให้มากกว่านั้น ฉินเยี่ยนจิงก็คว้าข้อมือเธอไว้
กลัวแล้วสินะ
อวิ๋นซูหัวเราะอย่างได้ใจ กำลังจะพูดจาโอหังสักสองสามประโยค แต่ฉินเยี่ยนจิงกลับจับข้อมือเธอกดลงบนกล้ามท้อง…
ดวงตาของเธอเบิกกว้างทันที
ฉินเยี่ยนจิงยกมุมปากเล็กน้อย ดวงตาลุ่มลึกมองเธอพลางถามว่า “ตอนนี้ยังเกรงใจกันอยู่ไหม?”
ทั้งเรื่องเข็มขัด ทั้งเรื่องเกรงใจกัน ในที่สุดอวิ๋นซูก็นึกออกว่าตอนบ่ายเธอพูดหยอกฉินเยี่ยนจิงไปลอย ๆ ว่าอะไร
อวิ๋นซูพยายามดึงมือกลับ แต่ดึงไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวจนแดงก่ำไปหมด
“สามีใจกว้างจัง ชอบที่สุดเลย”
ฉินเยี่ยนจิงไล่ต้อนถามไม่หยุด “ชอบแค่ไหน?”
ภายในรถทั้งปิดทึบและคับแคบ ทั้งสองอยู่ใกล้กันมากจนแทบแนบชิด พอเสียงของเขาสิ้นสุดลง อวิ๋นซูก็รู้สึกได้ว่าอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจเองก็ร้อนผ่าว
แต่ฉินเยี่ยนจิงยังคงมีสีหน้าเย็นชาเช่นเดิม
ทำให้อวิ๋นซูนึกถึงครั้งแรกที่ได้พบฉินเยี่ยนจิง ตอนนั้นผู้ชายคนนี้ก็เป็นแบบนี้ เย็นชาและผลักไสผู้คนให้อยู่ห่างออกไปเสมอ
ตอนนั้นเธอฉวยโอกาสตอนเขาเผลอ หอมแก้มเขาไปฟอดหนึ่ง ตอนนี้…
