เมื่อกลับถึงบ้าน เสียนเยว่ก็ทำอาหารเสร็จพอดี
บนโต๊ะมีอาหารเต็มแน่นทุกจาน ไอร้อนกรุ่นหอม ล้วนเป็นของโปรดของอวิ๋นซู ข้างโต๊ะมีเหล้าลิ้นจี่ดีกรีไม่สูงวางอยู่สองขวด ขวดหนึ่งยังไม่เปิด ส่วนอีกขวดเปิดแล้ว เหลือเพียงครึ่งขวดซึ่งถูกเทใส่แก้วไว้ สีสันชวนให้ลิ้มลอง
“กลับมาแล้วเหรอ”
เสียนเยว่วางจานสุดท้ายลงบนโต๊ะอาหาร เงยหน้าขึ้นยิ้มให้อวิ๋นซู สีหน้าอ่อนโยน
สิบปีผ่านไป ความอ่อนโยนของเสียนเยว่ราวกับซึมลึกเข้าไปในกระดูก กลายเป็นชายหนุ่มที่สุขุมและไว้ใจได้
ไหล่กว้าง เอวสอบ เสื้อบริเวณอกตึงแน่น แม้จะสวมผ้ากันเปื้อนสำหรับอยู่บ้านที่ดูสบาย ๆ ก็ยังมองเห็นส่วนโค้งเว้าอ่อนละมุนได้ราง ๆ
อวิ๋นซูเปลี่ยนรองเท้าเสร็จก็วิ่งพรวดเข้ากอดเสียนเยว่ ซุกไถลอยู่ในอ้อมแขนเขาอย่างเต็มอิ่ม “เสียนเยว่ ฉันคิดถึงพี่มากเลย”
เสียนเยว่ไม่ทันตั้งตัว เกือบถูกเธอชนจนเซ หลังจากทรงตัวได้ ภาพที่เห็นก็คือศีรษะฟูฟ่องของเธอซุกอยู่ตรงอก
มือข้างหนึ่งโอบเอวด้านหลังของอวิ๋นซู อีกข้างลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน สีหน้าทั้งรักทั้งจนใจ
“อย่ากอดแน่นขนาดนั้นสิ ตัวพี่สกปรกนะ”
“ไม่สกปรกสักหน่อย” อวิ๋นซูพูดพลางทำจมูกฟุดฟิดดมตัวเขาราวกับลูกหมา ดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว “ยังหอมอยู่เลย”
เสียนเยว่จนปัญญากับเธอ จึงถอดผ้ากันเปื้อนออก ก่อนใช้มือเดียวรองใต้ก้นเธอแล้วยกขึ้นอุ้ม จากนั้นก็อุ้มเธอท่าเดิมเอาผ้ากันเปื้อนไปเก็บในครัว
อวิ๋นซูคล้องแขนรอบคอเขา ขาทั้งสองข้างเกี่ยวเอวไว้ ราวกับโคอาลาที่เกาะอยู่บนตัวเขา
