-
ผู้ช่วยหลี่รู้สึกว่าวันนี้ประธานฉินดูแปลกไปนิด
แค่ช่วงเช้าก็เรียกเขาเข้าไปถึงสามครั้ง แต่ละครั้งเขาเดินเข้าไปอย่างอกสั่นขวัญแขวน คิดว่าจะมีคำสั่งสำคัญอะไร สุดท้ายกลับได้รับคำสั่งจุกจิกที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย
จนกระทั่งแสงสะท้อนตกกระทบเข้าตา ผู้ช่วยหลี่ถึงเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาลองหยั่งเชิงถามว่า “ประธานฉิน นาฬิกาเรือนนี้ไม่เคยเห็นคุณใส่มาก่อนเลยนะครับ เป็นเรือนใหม่เหรอครับ ดีไซน์ดูสุขุมภูมิฐาน เข้ากับบุคลิกของคุณมากเลยครับ”
สีหน้าเย็นชาของฉินเยี่ยนจิงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขารับคำในลำคอแล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “ภรรยาซื้อให้”
ผู้ช่วยหลี่เข้าใจทันที เขาชมไม่หยุด ตั้งแต่นาฬิกาไปจนถึงน้ำใจ ชมจากใจจริงจนเข้าถึงใจฉินเยี่ยนจิง
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็น ก่อนจะหายวับไปในพริบตา จากนั้นก็กลับไปมีท่าทีเย็นชาเหมือนเช่นทุกวัน
สิบกว่านาทีต่อมา ผู้ช่วยหลี่ออกจากห้องทำงานประธานบริษัท เงยหน้ามองฟ้าอย่างเศร้าสร้อยทำมุม 45 องศา
มนุษย์เงินเดือนผู้น่าสงสารอย่างเขา แถมยังโสดสนิท ไม่เพียงต้องถูกป้อนอาหารหมา ยังต้องข่มความเจ็บปวดจากการโดนกระทบกระเทือนใจ แล้วทำให้คนป้อนอาหารหมามีความสุขอีก ชีวิตช่างน่าเศร้าเหลือเกิน
ยังดีที่เงินเดือนก้อนโตช่วยปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำของเขา ไม่อย่างนั้นคงต้องเอาเต้าหู้มาโขกหัวตายจริง ๆ แล้ว
ผู้ช่วยหลี่เก็บอารมณ์ให้เข้าที่ แล้วกลับไปจัดการงานต่อ
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา เขาไปที่แผนกเลขานุการเพื่อหยิบรายงานฉบับหนึ่ง เตรียมนำไปให้ฉินเยี่ยนจิง
เพิ่งรับเอกสารมาไว้ในมือ เสียงส้นสูงกระทบพื้นก็ดังแว่วจากด้านหลัง
เขาหันกลับไปโดยไม่รู้ตัว ก็เห็นอวิ๋นซูถอดแว่นกันแดดออก เผยใบหน้างดงามเฉิดฉัน
