เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงฉือไป๋ตื่นมาเห็นเศษซากกล้องวงจรปิดกระจายเกลื่อนพื้น เขาขมวดคิ้ว ก่อนจะตรวจดูทีละตัวจนแน่ใจว่ากล้องเหล่านั้นถูกทำลายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว รวดเร็วและเด็ดขาด
แม้แต่กล้องสองตัวที่ซ่อนอยู่ในมุมอับก็พังเหมือนกัน
เจียงฉือไป๋นิ่งเงียบ เก็บกวาดเศษซากเรียบร้อยแล้วเดินวนดูทั่วบ้านสองรอบ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ สุดท้ายสายตาจึงไปหยุดอยู่ที่ตู้ขนมซึ่งดูไม่ต่างจากสองวันก่อน
ไม่มีอะไรถูกแตะต้องอีก
เจียงฉือไป๋ไม่เคยเติมขนมลงในตู้ขนมอีกเลย แต่ขนมข้างในกลับลดลงวันละนิดอย่างน่าประหลาด พอผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ก็แทบเหลือแต่ก้นถุง
อวิ๋นซูกินไม่อิ่ม จึงเริ่มคิดว่าจะใช้โทรศัพท์ของเจียงฉือไป๋สั่งขนมกลับมาสักสองสามลังดีไหม
แมวสั่งของออนไลน์ได้...ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่หรอก ใช่ไหม?
ตลอดช่วงเช้า อวิ๋นซูนอนหมอบอยู่ในเบาะบนสุดของคอนโดแมว ไม่มีแก่ใจฝึกฝน เอาแต่แกว่งหางอย่างห่อเหี่ยวเล็กน้อย
“ซูซู”
จู่ ๆ มือข้างหนึ่งก็เอื้อมมาช้อนเธอลงจากที่สูง แล้วอุ้มเข้าวงแขน อวิ๋นซูกำลังจะแยกเขี้ยวขู่ ทว่ากลับมีขนมฟรีซดรายชิ้นหนึ่งถูกป้อนเข้าปากเสียก่อน
ขนมฟรีซดรายที่เจียงฉือไป๋ทำเอง ทั้งมีประโยชน์ รสชาติอร่อย แถมกรอบกรุบ
อวิ๋นซูเคี้ยวไปเคี้ยวมา ก็เลิกแยกเขี้ยวขู่เสียอย่างนั้น ยอมให้เจียงฉือไป๋อุ้มไปอย่างสงบ แล้วซุกอยู่ในอ้อมแขนเขา
“เก่งมาก” เจียงฉือไป๋เห็นสีหน้าเล็ก ๆ ของเธอทุกอย่าง หางตายกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “ลำบากซูซูอยู่เป็นเพื่อนฉันทำงานนะ”
อวิ๋นซูร้องเหมียวหนึ่งที ถือว่าตอบตกลง
แสงแดดยามบ่ายอบอุ่น อวิ๋นซูนอนอยู่ในอ้อมแขนของเจียงฉือไป๋ สูดกลิ่นสะอาดสดชื่นของเด็กหนุ่ม พลางฝึกฝนไปด้วย แกว่งหางเป็นครั้งคราว
หางฟูฟ่องฟาดลงบนแขนของเจียงฉือไป๋ ไม่นานก็ทำให้ผิวแดงเป็นปื้น อวิ๋นซูเหลือบไปเห็น เงียบไปชั่วครู่ แล้วค่อย ๆ ชักหางกลับ ทำตัวเรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
