ชั่วอึดใจต่อมา หญิงสาวคล้ายจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วหันมาทางเขา สายตาของทั้งคู่ประสานกัน
เจียงฉือไป๋ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกในชั่วขณะนั้นอย่างไร มือเท้าชาไปหมด สมองก็หยุดคิด ทำได้เพียงมองหญิงสาวเดินเข้ามาหาอย่างเงียบงัน
ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
หญิงสาวมีใบหน้าประณีตงดงาม กะทัดรัดไร้ที่ติ เธอโน้มตัวลงมาแล้วยิ้มบาง ๆ ดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว ประกายอ่อนหวานดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ อบอุ่นราวสายลมวสันต์
“ตื่นแล้วเหรอ”
เธอพูดพลางขยับเข้ามาใกล้เขาช้า ๆ แล้วใช้ปลายจมูกถูแก้มเขาเบา ๆ ท่าทางสนิทสนมเป็นพิเศษ
เจียงฉือไป๋ได้กลิ่นหอมจาง ๆ ชวนให้สดชื่น เป็นกลิ่นที่ลอยมาจากเส้นผมดำขลับของเธอ
“เธอ...”
ลูกกระเดือกของเจียงฉือไป๋ขยับ เขาอยากถามอะไรบางอย่าง แต่หญิงสาวยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเขาเบา ๆ แล้วทำเสียงชู่ว่า “ดึกมากแล้ว รีบนอนเถอะ”
คำพูดของหญิงสาวราวกับมีมนตร์สะกด ทันทีที่เธอพูดจบ เจียงฉือไป๋ก็รู้สึกง่วงขึ้นเรื่อย ๆ เปลือกตาที่เพิ่งลืมขึ้นเริ่มหรี่ปรือลงอย่างควบคุมไม่ได้
ในใจเขาร้อนรน อยากถามว่าเธอเป็นใคร แต่กลับพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายก็หลับตาลงช้า ๆ
เขาผล็อยหลับไป แล้วก็ฝันอีกครั้ง
ในฝัน เขาถามหญิงสาวว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใคร หญิงสาวบอกว่าเธอเป็นแมวน้อยของเขา เขาดีใจจนอุ้มเธอลงไปชั้นล่าง ทำอาหารให้ พาไปซื้อเสื้อผ้า พาออกไปเที่ยว ตกแต่งบ้านด้วยกัน เวลาผ่านไปเนิ่นนานโดยไม่รู้ตัว
ขณะที่เขาคิดว่าคงได้มีความสุขเช่นนี้ไปตลอด หญิงสาวกลับบอกขึ้นมาว่า เธอมีแมวตัวผู้ที่รักใคร่ลงใจกันแล้ว และกำลังจะจากเขาไป
เจียงฉือไป๋ยอมรับไม่ได้ เขาถามย้ำอย่างดื้อรั้นและหมกมุ่นว่าแมวตัวผู้นั้นเป็นใคร
