ห้านาทีต่อมา อันชีเยว่ก็พบอวิ๋นซูที่นั่งอยู่ในบริเวณพักผ่อน แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดที่เพิ่งได้ยินให้อวิ๋นซูฟัง
อวิ๋นซูไม่คิดว่าอันชีเยว่จะบังเอิญมาเจอเรื่องนี้ แถมยังเลือกเล่าให้เธอฟังด้วย
เมื่อครู่เธอยังคิดอยู่เลยว่าอันชีเยว่จะถูกใครหาเรื่องหรือเยาะเย้ย ช่างเป็นคนที่มีแต่เรื่องเคราะห์ร้ายจริง ๆ แต่ในวินาทีถัดมา ข้อความลอยบนจอก็พากันบอกว่าฉินเยี่ยนจิงถูกวางยา หัวใจเธอพลันกระตุกวูบ กำลังจะเรียกอวิ๋นจิ่นให้ไปตามหาฉินเยี่ยนจิงด้วยกัน อันชีเยว่ก็เดินเข้ามาพอดี
เธอมองอันชีเยว่แล้วพูดว่า “ฉันจำคุณได้ คุณทำงานอยู่ที่ฝ่ายเลขานุการของกลุ่มบริษัทตระกูลฉิน”
อันชีเยว่ชะงัก ไม่คิดว่าอวิ๋นซูจะจำคนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอได้ จึงพยักหน้า “ใช่ค่ะ คุณจำเก่งจริง ๆ เรื่องคุณฉิน ฉันไม่ได้โกหกคุณนะคะ...”
“ฉันเชื่อคุณ”
อวิ๋นซูลุกขึ้น มองไปทางชั้นสองด้วยแววตาเย็นเยียบ ก่อนเรียกอวิ๋นจิ่นกับหลินจือเหยาและคนอื่น ๆ ให้ขึ้นไปด้วยกัน
คำอธิบายมากมายของอันชีเยว่ติดอยู่ในลำคอ เธอเดินตามไปอย่างงุนงงแล้วพูดว่า “ฉัน... ฉันยังไม่ได้สาบานเลยนะคะ คุณก็เชื่อฉันแล้วเหรอ?”
อวิ๋นซูเหลือบมองเธอ มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ แล้วขานรับ “อืม” ก่อนพูดว่า “คุณไม่มีเหตุผลที่จะโกหกฉัน”
จู่ ๆ อันชีเยว่ก็รู้สึกแสบจมูก
ตั้งแต่จำความได้จนถึงตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าต้องทนทุกข์มามากแค่ไหน และถูกคนอื่นมองด้วยสายตาดูแคลนกี่ครั้ง ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ความประทับใจแรกที่คนอื่นมีต่อเธอก็คือความเคลือบแคลง
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเลือกเชื่อเธออย่างไม่ลังเล หลังจากฟังเธอพูดจบ
