การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลฉินกับตระกูลอวิ๋นไม่ใช่ความลับในแวดวงชนชั้นสูง
ก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างคาดเดาถึงสาเหตุที่ทั้งสองตระกูลเกี่ยวดองกันไปต่าง ๆ นานา ถึงขั้นแอบวิพากษ์วิจารณ์กันลับหลังว่าความร่วมมือของทั้งสองตระกูลจะยืนยาวไปได้อีกแค่ไหน
ถึงอย่างไร คุณหนูตระกูลอวิ๋นก็ยังสาวและเอาแต่ใจ นิสัยไม่ใช่คนที่เข้าหาได้ง่าย ส่วนฉินเยี่ยนจิงเย็นชาและมากเล่ห์เหลี่ยม ทั้งยังไม่มีทางยอมให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่าย ๆ
แต่เมื่อได้เห็นทั้งคู่คล้องแขนกันอย่างสนิทสนม เดินเข้างานเลี้ยงมาด้วยกันกับตาตัวเอง ทุกคนก็รู้แล้วว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคงดีกว่าที่ลือกัน
พอสายตาหยุดอยู่ที่สร้อยเพชรแดงแวววาว แสงชาด บนลำคอของอวิ๋นซู ความสงบนิ่งก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง
คนอื่นอาจไม่รู้ แต่พวกเขารู้ดี
เมื่อสองวันก่อน แสงชาดถูกประมูลไปในราคาสูงกว่ามูลค่าจริงมาก ตอนนั้นพวกเขายังเดากันอยู่ว่าใครกันที่ทุ่มเงินก้อนโตซื้อไป ช่างใจกว้างจริง ๆ
ไม่คิดเลยว่าคนเบื้องหลังจะเป็นฉินเยี่ยนจิง
ทุ่มเงิน 110 ล้านซื้อสร้อยคอให้ภรรยา ใครยังกล้าพูดอีกว่าความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้ไม่ดี คงได้หัวเราะจนฟันร่วงแน่
ชั่วขณะนั้น ทุกฝ่ายต่างมีความคิดของตัวเอง
ผู้บริหารหลายคนที่มีสถานะใกล้เคียงกับฉินเยี่ยนจิงพาภรรยาเข้ามาทักทาย บรรยากาศดูชื่นมื่นเป็นกันเอง
ตอนแรกสถานการณ์แบบนี้ยังน่าสนใจอยู่ แต่พอนานเข้าก็ชวนเบื่อ
อวิ๋นซูเหลือบเห็นอวิ๋นจิ่นที่เพิ่งเข้ามาไม่ไกล เธอคิดอยู่สามวินาที ก่อนจะปล่อยแขนฉินเยี่ยนจิง
“สามีคะ ฉันจะไปคุยกับพี่ชายสักสองคำ คุณทำธุระของคุณไปก่อนนะ”
ฉินเยี่ยนจิงกวาดตามองไปรอบงาน เห็นแต่ชายวัยกลางคนและคนชราในชุดสูทเต็มยศ ไม่มีใครน่าสนใจเป็นพิเศษ จึงพยักหน้าพร้อมเอ่ยเสียงเบา “ได้ มีอะไรก็มาหาผม”
