ค่ำคืนมืดสนิท ภายในห้องพักผู้ป่วยเงียบสงัด
อวิ๋นซูอ้อมไปด้านหลังฉินเยี่ยนจิง ยื่นแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้าแล้วโอบรอบลำคอเขาอย่างเป็นธรรมชาติ แก้มนุ่มนิ่มแนบกับซอกคอด้านข้าง ก่อนจะถูไถเบา ๆ
“คุณสามี ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้างคะ?”
ฉินเยี่ยนจิงเอียงหน้าไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากบางแตะหน้าผากของอวิ๋นซู พอแนบชิดกันแล้วก็ผละออกอย่างยับยั้งชั่งใจในเวลาอันรวดเร็ว
“ดีขึ้นมากแล้ว”
เขาไม่รู้ว่าถูกวางยาอะไรมา สติพร่าเลือน ร่างกายไร้เรี่ยวแรง แถมยังมีปฏิกิริยาวาบหวามขึ้นมาเล็กน้อย
ยาไม่ได้เข้าสู่ร่างกายทางการกิน แค่สูดดมเข้าไป จึงออกฤทธิ์ไม่นานนัก ระหว่างทางมาจนถึงตอนนี้ ทั้งเจาะเลือดและตรวจวิเคราะห์ ฉินเยี่ยนจิงรู้สึกว่าร่างกายฟื้นตัวขึ้นมาเกือบเต็มที่แล้ว
ยาที่ยังตกค้างอยู่ในร่างกาย อีกไม่นานก็จะถูกขับออกไปตามกระบวนการเผาผลาญ
ตอนนี้ที่ยังพักอยู่โรงพยาบาล ก็แค่สังเกตอาการต่อไปตามปกติเท่านั้น
“อย่างนั้นก็ดีแล้วค่ะ”
อวิ๋นซูกลัวจริง ๆ ว่าฉินเยี่ยนจิงจะถูกวางยาจนสมองทึบ จากสามีดี ๆ กลายเป็นคนโง่ แบบนั้นคงแย่แน่
เพิ่งจะถอนหายใจโล่งอกไปได้ครึ่งหนึ่ง จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าหมอบอกว่ายาที่ฉินเยี่ยนจิงได้รับมีทั้งฤทธิ์กล่อมประสาทและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ
ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ หากไม่จัดการให้เหมาะสม โดยทั่วไปแล้วอาจส่งผลต่อความสุขในชีวิตคู่ภายหลังได้
อวิ๋นซูคลายแขนที่โอบฉินเยี่ยนจิงออก สายตาเลื่อนจากใบหน้าหล่อเหลาไล่ลงไปด้านล่าง สีหน้าลังเลไม่แน่ใจ
ดูแล้ว...เหมือนจะยังไม่เสียหายนะ
ฉินเยี่ยนจิงมองตามสายตาของอวิ๋นซู พอรู้ว่าเธอกำลังมองตรงไหน ร่างกายก็เกร็งขึ้นมา คิ้วขมวดเข้าหากัน
“มองอะไรอยู่?”
ตอนนี้เขาถอดสูทตัวนอกออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีแดงเข้ม แขนเสื้อพับขึ้นมาถึงใต้ข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนกำยำแข็งแรงและเส้นเลือดสีเขียวจาง ๆ กระดุมติดเรียบร้อยทุกเม็ด ขับเน้นช่วงเอวที่สมบูรณ์แบบ ไหล่กว้างเอวสอบ ท่วงท่าสงบนิ่งและหนักแน่น
