ไม่รู้ว่าจูบกันอยู่นานแค่ไหน อวิ๋นซูก็รู้สึกว่าลิ้นชาจนแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว
จู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบ กระดุมเสื้อถูกปลดไปครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวผ่องเป็นบริเวณกว้าง
อวิ๋นซูพลันรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
แม้เธอจะชอบเสพนิยายวายกับหนังผู้ใหญ่ ทั้งยังคอยหยอกล้อเสียนเยว่อยู่บ่อย ๆ เพราะชอบมองตอนเขาหน้าแดงไปทั้งหน้า แต่พอสถานการณ์เริ่มลุกลามไปในทิศทางที่ควบคุมไม่ได้จริง ๆ เธอกลับลนลานขึ้นมา
ดูเหมือนเสียนเยว่จะสังเกตเห็นความกระวนกระวายของเธอ จึงชะงักมือไปชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีน้ำเงินลึกล้ำของเธอ
จากนั้นเขาก็จุมพิตลงบนริมฝีปากเธออย่างอ่อนโยนและยับยั้งชั่งใจ
นิ้วมือขาวผ่องราวหยกยกขึ้นเบา ๆ ช่วยอวิ๋นซูกลัดกระดุมทีละเม็ดจนเรียบร้อย
อวิ๋นซูยกจานผลไม้ที่หั่นเตรียมไว้บนโต๊ะกลางขึ้นมา แล้วพูดกลบเกลื่อนว่า “ฉันกลับห้องไปกินผลไม้ก่อนนะ”
พูดจบก็รีบปิดประตูห้อง
แผ่นหลังแนบประตู ก่อนจะค่อย ๆ ไถลลงไปจนสุดท้ายทรุดนั่งบนพื้นเย็นเฉียบ
หัวใจที่เต้นรัวไม่หยุดของอวิ๋นซูค่อย ๆ กลับมาเต้นเป็นปกติ สมองที่มึนงงก็เริ่มปลอดโปร่งขึ้น
เมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยนของเสียนเยว่ เอวสอบที่ดูปราดเปรียวและแข็งแรง เอวที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีพละกำลังเหลือล้น กล้ามท้องแน่น ๆ ที่แข็งแรงและน่าสัมผัส รวมถึงกล้ามอกอิ่มแน่นน่าซุกไซ้ เธอก็แทบอยากทุบอกกระทืบเท้าด้วยความเสียดาย
โอกาสดี ๆ ที่จะได้กินของอร่อยแบบนี้ ทำไมเธอถึงได้ขี้ขลาดขึ้นมานะ?
ทั้งที่เธออยากได้ตัวเสียนเยว่มานานแล้ว ปกติพอมีโอกาสก็ชอบฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเขาอยู่เรื่อย
อวิ๋นซูด่าตัวเองในใจสองคำว่าไม่ได้เรื่อง ไม่เอาไหน พลางกินผลไม้ไปด้วย แล้วแอบสาบานว่าคราวหน้าถ้ามีโอกาส เธอจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปอีกเด็ดขาด!
