ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นราวกับประตูเหล็กเก่ากำลังปิด
อวิ๋นซูหันกลับไปมองคุณอาจ้าวโดยไม่รู้ตัว “เสียงอะไรคะ?”
คุณอาจ้าวยิ้มอย่างหมดอาลัยตายอยาก “คุณนาย เป็นเสียงขาแก่ ๆ ของผมเองครับ อายุเยอะแล้ว กระดูกพรุน วันหนึ่งต้องลั่นสักสองครั้ง เป็นอาการเก่า ๆ น่ะครับ”
อวิ๋นซูชะงักไป ก่อนจะอดหัวเราะไม่ได้ มุมปากเผยรอยยิ้ม
“ฉันสะเพร่าเองค่ะ” เธอหลีกทางให้ พลางชี้ไปยังโซฟาในห้องทำงาน “คุณอาจ้าว เชิญนั่งค่ะ”
คุณอาจ้าวโบกมือปฏิเสธรัว ๆ “ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร ผมยืนจนชินแล้ว”
เขาไม่อยากรบกวนเวลาสองคนอยู่ด้วยกัน พอถามไถ่แล้วเห็นว่าไม่มีอะไรจึงหันหลังเดินออกไป ที่บ้านยังมีเรื่องให้เขาจัดการ
ในห้องทำงานเหลือเพียงอวิ๋นซูกับฉินเยี่ยนจิงสองคน
อวิ๋นซูรู้จักพอ ไม่ได้ตามตื๊อเขาต่อ เขากินข้าว ส่วนเธอนั่งบนโซฟาเล่นโทรศัพท์ตอบข้อความ
เดิมทีเจ้าของร่างนัดไปเดินห้างกับเพื่อนสาว พอเธอเข้ามาแทนที่ก็เทนัดเพื่อน หลังจากอธิบายไปครั้งหนึ่งบนรถ เมื่อไม่ได้ดูโทรศัพท์อยู่พักหนึ่ง ข้อความจากเพื่อนสาวก็ถาโถมเข้ามาเป็นชุด นับได้ 99+ ข้อความ
อวิ๋นซูตกตะลึง อวิ๋นซูเงียบงัน อวิ๋นซูเริ่มตอบกลับทีละข้อความ
ฉินเยี่ยนจิงกินข้าวไปพลาง เหลือบมองไปทางอวิ๋นซูเป็นครั้งคราว ภาพที่เห็นมีเพียงสีหน้ากลัดกลุ้มราวกับแบกความแค้นของหญิงสาว
พอเขากินเสร็จ หญิงสาวก็เปลี่ยนท่านั่งแล้วกลัดกลุ้มต่อ
