ครึ่งชั่วโมงต่อมา
รถมาจอดที่หน้าอาคารฉินซื่อ อวิ๋นซูพาลุงจ้าวขึ้นลิฟต์ไปจนถึงชั้นบนสุด
ในห้องทำงานไม่มีใคร ฉินเยี่ยนจิงกำลังประชุมอยู่
อวิ๋นซูแวะไปดูที่ห้องประชุม ผนังกระจกด้านในมีม่านบังตาปิดสนิท มองอะไรไม่เห็น ทั้งยังไม่รู้ว่าประชุมจะเสร็จเมื่อไร เธอจึงกลับมาที่ห้องทำงานอีกครั้ง
กว่าสิบนาทีต่อมา การประชุมก็สิ้นสุดลง
พนักงานทยอยเดินออกมา ฉินเยี่ยนจิงมุ่งหน้าไปยังห้องทำงาน โดยมีผู้ช่วยพิเศษหลี่กับเลขานุการอีกหลายคนตามหลัง
ทันทีที่เปิดประตู ทุกคนก็ชะงักงัน
หญิงสาวแสนสวยสะดุดตาและหยิ่งทะนงนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงหุ้มหนังสีดำ นิ้วเรียวยาวเล่นผมยาวเป็นลอนอย่างเบื่อหน่าย ท่าทางสบายอกสบายใจราวกับที่นี่เป็นอาณาเขตของเธอ
ฉินเยี่ยนจิงจ้องมองเธอนิ่ง ๆ สายตาดำขลับเหลือบไปยังลุงจ้าวที่ยืนยิ้มแห้งอยู่ด้านหลังเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเงียบไม่พูดอะไร
เมื่อได้ยินเสียง อวิ๋นซูก็เงยหน้าขึ้น
ใบหน้าหล่อเหลาหาที่เปรียบไม่ได้ของชายหนุ่มปรากฏขึ้นในสายตา
เขาสวมสูทตัดพิเศษ ไหล่กว้างเอวสอบ รูปร่างสูงโปร่ง
สีหน้าเย็นชา ดวงตาดำเรียวยาวลึกล้ำราวกับแอ่งน้ำเย็นยะเยือก ไร้ซึ่งความอบอุ่น สันจมูกโด่งเป็นสัน เส้นกระดูกจมูกคมเข้ม ริมฝีปากบางยาว มักเม้มแน่นจนแทบเป็นเส้นตรง ยามมองมา หางตากดต่ำ แผ่แรงกดดันของผู้ที่อยู่เหนือคนอื่นมาเนิ่นนาน
ด้านหลังเขามีคนตามมาหลายคน ทั้งชายและหญิง
อวิ๋นซูยิ้มตาหยีแล้วเรียก “ที่รัก”
ทุกคนตะลึง หันขวับไปมองฉินเยี่ยนจิงพร้อมกัน อันชีเยว่ที่อยู่ริมสุดเบิกตากว้างขึ้นทันทีอย่างไม่อยากเชื่อ
“อืม” เขาขานรับ
