“ปัง!”
ประตูห้องส่วนตัวถูกใครบางคนถีบเปิดจากด้านนอก
บานประตูหนาหนักกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
ทุกคนสะดุ้งกับเสียงที่เกิดขึ้นกะทันหัน แล้วหันขวับไปมองพร้อมกัน
ชายหนุ่มคนหนึ่งในเสื้อยืดสีขาวเดินเข้ามา
เขาร่างสูงสง่า ใบหน้าคมเข้ม ทว่ามุมปากกลับมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต้มอยู่
เฉินอินล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกง กวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนสายตาจะหยุดลงที่หลิวเทียนหาว
“เมื่อกี้แกพูดว่าใครไม่รู้จักรับน้ำใจแล้วจะต้องเจอดี?”
คำพูดนี้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดในห้องซึ่งพร้อมปะทุขึ้นทุกเมื่อ ราวกับถูกกดปุ่มหยุดไว้ในชั่วขณะ
ทันทีที่ไป๋ซูเยว่เห็นเฉินอิน ร่างที่เกร็งอยู่ก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด แววดีใจวาบผ่านดวงตา ก่อนจะถูกความกังวลเข้าครอบงำ
หลิวเทียนหาวมีพวกอยู่ด้วยกันถึง 5 คน เฉินอินบุกมาคนเดียว จะไปสู้พวกนั้นไหวได้อย่างไร?!
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ก็นิ่งอึ้งไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าเฉินอินจะโผล่มาในเวลานี้
จ้าวจื่อเผิงไม่ได้บอกหรือว่าเขามีธุระคืนนี้ เลยมาไม่ได้?
เวลานั้น หลิวเทียนหาวค่อย ๆ หันกลับมา กวาดตามองเฉินอินตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ไอ้เวรนี่เป็นใครวะ?”
“พ่อแกไง”
เฉินอินตอบเรียบ ๆ
พอได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลิวเทียนหาวก็มืดครึ้มลงทันที
“แม่งเอ๊ย!”
หลิวเทียนหาวคว้าขวดเหล้าบนโต๊ะขึ้นมา แล้วเดินตรงเข้าไปหาเฉินอิน
รอยยิ้มที่มุมปากของเฉินอินยังไม่จางหาย มือขวาของเขาเพิ่งยื่นออกจากกระเป๋า
จากนั้นก็สะบัดเบา ๆ
