พอได้ยินคำพูดนั้น จ้าวจื่อเผิงก็เดือดขึ้นมาทันที
ไป๋ซูเยว่คือเทพธิดาในดวงใจของเขามาตั้งแต่เด็ก และยังเป็นภรรยาในอนาคตของจ้าวจื่อเผิงอย่างเขาด้วย!
กล้าดียังไงมาหยอกล้อภรรยาของเขาต่อหน้าต่อตา!
ผู้ชายท่าทางนักเลงตรงหน้าได้ล้ำเส้นจนเขาทนไม่ไหวแล้ว!
“ไสหัวออกไป!”
จ้าวจื่อเผิงจ้องชายตรงหน้าเขม็ง กำหมัดแน่นจนมือสั่น
“แม่งเอ๊ย! กูให้เกียรติมึงแล้ว แต่มึงไม่เห็นหัวกันเลยสินะ!”
ลูกน้องคนหนึ่งคว้าขวดเบียร์บนโต๊ะฟาดใส่หัวจ้าวจื่อเผิง
ขวดเบียร์แตกกระจาย เลือดไหลลงมาจากศีรษะของจ้าวจื่อเผิง ลูกน้องคนนั้นถือปากขวดเบียร์ที่แตกชี้ใส่เขา
“ไอ้หนู ถ้ารู้จักเจียมตัวก็อย่าขยับ ไม่งั้นกูจัดการมึงแน่”
เลือดสายหนึ่งไหลจากหน้าผากลงมาถึงปากของจ้าวจื่อเผิง
จ้าวจื่อเผิงแตะเลือดบนศีรษะ ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจนหมดสิ้น เขามองเศษขวดเบียร์คมกริบตรงหน้าและลูกน้องที่หน้าตาดุดันราวกับปีศาจ
เขากลัวจนแทบเสียสติ ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย กระทั่งน่องยังสั่นระริก
“ไอ้เวรเอ๊ย วางโทรศัพท์ลง!”
ตอนนั้นเอง มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งแอบโทรแจ้งตำรวจที่หมายเลข 110 แต่ถูกลูกน้องอีกคนที่ย้อมผมสีเหลืองเห็นเข้า
เจ้าผมเหลืองไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าไปแย่งโทรศัพท์จากมือเธอ แล้วฟาดลงกับพื้นอย่างแรง
ชั่วพริบตา โทรศัพท์ก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ
เจ้าผมเหลืองหันไปมองหญิงสาวที่โทรศัพท์ด้วยสายตาดุดัน
หญิงสาวกลัวจนเผลอถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ
ทว่าเมื่อเจ้าผมเหลืองเห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณหน้าอกของเธอนูนเด่น เขาก็เลียริมฝีปากพร้อมยิ้มลามก ก่อนจะก้าวเข้าไปกระชากผมของเธออย่างแรง
“โอ๊ย! เจ็บ ๆ ปล่อยฉันนะ!”
