ทำแบบนี้ต่อไปไม่ใช่ทางออก
ด้วยกระแสของร้านเถาเป่าตอนนี้ เสื้อผ้าที่เหลืออีกกว่า 200 ชิ้นมีโอกาสขายหมดภายในวันนี้
ยิ่งสินค้าดึงคนเข้าร้านชุดขายดีราคา 59 หยวน ก็หมดไซซ์ไปนานแล้ว
เขาต้องรีบไปเติมสินค้าโดยเร็ว!
แต่... ต่อให้แม่บ้านเก่งแค่ไหนก็ทำอาหารไม่ได้หากไม่มีวัตถุดิบ ตอนนี้เขาไม่มีเงินเหลือแล้วนี่สิ!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เฉินอินก็อึดอัดใจสุด ๆ
ด้านหนึ่งมีข้อความจากอาหลี่หวั่งหวั่งเด้งขึ้นมาไม่หยุด พร้อมเสียง “ติ๊งต่อง” “ติ๊งต่อง”
อีกด้านก็จนตรอกเพราะไม่มีเงินไปซื้อของมาเติม
เฉินอินเดินวนไปมาอย่างร้อนใจอยู่ในห้องทำงาน
จะทำยังไงดีนะ?
จะไปยืมเงินจากใครได้บ้าง?
คนแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเฉินอินคือเฉินป๋อ
แต่ไม่นานเขาก็ปัดความคิดนั้นทิ้ง
เขาไม่รู้ว่าเฮียป๋อมีเงินติดตัวอยู่เท่าไร แต่รับรองว่าไม่เกิน 1,000 หยวนแน่
ไป๋ซูเยว่ล่ะ?
จู่ ๆ เฉินอินก็นึกถึงอีกคนขึ้นมา
ฐานะทางบ้านของไป๋ซูเยว่ไม่เลว ลองไปขอยืมเงินเธอสักหน่อยดีไหม?
อืม ได้สิ!
เฉินอินเป็นคนมีหลักการมาก
แต่เรื่องข้อตกลงอะไรนั่น ไว้ค่อยว่ากันทีหลังเมื่ออยู่ต่อหน้าธุรกิจและเงินทอง
เขาจึงเปิดคิวคิว หาโปรไฟล์ของไป๋ซูเยว่แล้วส่งข้อความไปหา
【ไป๋ซูเยว่ อยู่ไหม?】
ไป๋ซูเยว่คงกำลังเล่นคอมพิวเตอร์อยู่เหมือนกัน เธอตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว 【ว่าไง คิดถึงฉันเหรอ?】
เฉินอินไม่สนใจคำถามนั้น แล้วถามตรง ๆ 【ให้ฉันยืมเงินหน่อยได้ไหม?】
ไป๋ซูเยว่ตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด 【ได้สิ จะยืมเท่าไร?】
