วันรุ่งขึ้น ณ ตำหนักเหวินหัว
เสี่ยวเซี่ยจื่อถือกล่องขนม ยืนตัวสั่นงันงกอยู่หน้าประตูใหญ่
เขาไม่ได้มาส่งขนมที่ตำหนักเหวินหัวนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด วันนี้องค์หญิงกลับให้เขามาทำงานลำบากเช่นนี้อีก!
ทุกวันตลอดสองปีที่ผ่านมา เสี่ยวเซี่ยจื่อไม่เคยขาดส่งของไปยังตำหนักเหวินหัว ไม่ว่าจะฝนตกหรือลมแรง นอกจากไม่เคยได้รับเงินรางวัลแม้แต่แดงเดียว ยังต้องทนรับสีหน้าเย็นชาจากคนข้างกายท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการอีกด้วย
ไม่รู้ว่าองค์หญิงคิดอย่างไรกันแน่ นางแสดงท่าทีชัดเจนแล้วมิใช่หรือว่าจะไม่ตามตื๊อท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการอีก แล้วเหตุใดจึงเริ่มต้นอีกเล่า?
สตรีช่างเปลี่ยนใจง่ายเสียจริง!
เสี่ยวเซี่ยจื่อบ่นพึมพำอยู่ในใจ ทว่าสีหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความเคารพ ยืนรออยู่หน้าตำหนักเหวินหัว ให้คนเข้าไปรายงาน
เขาถึงกับเตรียมใจแล้วว่าจะต้องยืนแกร่วอยู่ที่นี่ครึ่งชั่วยาม ก่อนถือกล่องอาหารกลับไปรายงานอย่างหมดอาลัยตายอยาก จึงจงใจมายืนข้างเสาตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องยืนตากแดดที่ร้อนแรงขึ้นทุกวันระหว่างรอ
ใครจะคิดว่าครั้งนี้เขายืนรอไม่ถึงเวลาชงชาหนึ่งถ้วย ก็มีคนมาเชิญเข้าไปในตำหนักเหวินหัวแล้ว
ฮั่วสวินนั่งอยู่หลังโต๊ะหยกแกะสลักลายไม้จื่อถาน มือถือพู่กันชาดกำลังตรวจฎีกา
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ปลายพู่กันของเขาก็ชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง
ครั้นเห็นผู้ที่เข้ามา แววตาซึ่งเดิมสงบนิ่งพลันประหนึ่งถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็ง เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบชวนให้คนหวาดหวั่น
“เหตุใดจึงเป็นเจ้า? องค์หญิงเล่า?”
