โค่วอี้หร่านส่งคืนหยกเกี่ยวที่ผู้อื่นส่งมาให้นางอย่างแนบเนียนแก่สิงอวิ้นหนิงซึ่งอยู่ข้างกาย ก่อนเอ่ยขออภัย แล้วแยกตัวออกจากขบวนทันที
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” นางถาม
เสี่ยวเซี่ยจื่อตบปากตนเองหนึ่งฉาด ใบหน้าเศร้าสร้อยพลางกล่าวว่า “องค์หญิงหยวนเซียวหายไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ บ่าวพาคนออกตามหาทุกแห่งที่พอจะหาได้แล้ว แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของมัน”
หยวนเซียวเป็นแมวพันธุ์สิงโตที่โค่วอี้หร่านเลี้ยงมาหลายปี แต่เดิมเป็นแมวที่พระสนมเอกในวังเลี้ยงไว้พักหนึ่ง ก่อนจะไม่ต้องการอีก มารดาพบมันบาดเจ็บทั่วร่างอยู่ในมุมหนึ่ง จึงรักษาจนหาย หลังจากนั้นเจ้าแมวน้อยก็เกาะติดอยู่ข้างกายนางกับมารดาไม่ยอมไปไหน
ครั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงในวัง มารดาดื่มยาพิษปลิดชีพเพื่อฝังร่วมกับฮ่องเต้องค์ก่อน เจ้าแมวตัวนี้เฝ้าอยู่ข้างศพมารดาหลายวันหลายคืน ซื่อสัตย์ยิ่งกว่าข้ารับใช้ในวังเสียอีก
ภายหลังเหตุวุ่นวายในวังสงบลง มารดาถูกฝังร่วมกับฮ่องเต้องค์ก่อน โค่วอี้หร่านจึงปฏิบัติต่อเจ้าแมวเสมือนเป็นคนในครอบครัว
เมื่อได้ยินว่ามันหายไป โค่วอี้หร่านย่อมร้อนใจ
“กลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
นางทูลขออภัยต่อไทเฮา ก่อนพาคนมุ่งหน้ากลับตำหนักฝ่ายในอย่างเร่งรุด
นางหยิบขนมที่หยวนเซียวโปรดปราน แล้วออกตามหาตามสถานที่ซึ่งมันมักไปเล่น ในที่สุดก็พบเจ้าตัวน้อยนอนกลิ้งออดอ้อนอยู่บนพื้นตรงมุมหนึ่งของตำหนัก
“หยวนเซียว!” โค่วอี้หร่านเรียกมัน พลางเดินอ้อมเสาระเบียงไป จึงเห็นว่าตรงหน้ามันยังมีร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีม่วงนั่งยองอยู่
ฝีเท้าของโค่วอี้หร่านชะงัก นางมองบุรุษอย่างตะลึงงัน ชายเสื้อคลุมสีม่วงอันหรูหราของเขาลากอยู่บนพื้น ขณะที่เจ้าแมวกำลังใช้กรงเล็บตะปบแขนเสื้อเขาอย่างซุกซน
ฉลองพระองค์ของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการตัดเย็บจากผ้าเนื้อเลิศ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงลวดลายปักด้านบน ได้ยินว่าต้องใช้ช่างปักสิบกว่าคนลงมือปักตลอดทั้งปีจึงจะเสร็จ
