เหตุผลบอกฮั่วสวินว่าไม่ควรใส่ใจ นางตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะตัดขาดจากเขา
ทว่าสายตาของเขากลับอดทอดมองใบหน้าเล็กงดงามผุดผ่องของโค่วอี้หร่านไม่ได้
เดิมทีเขาคิดว่าจะได้เห็นสีหน้าอับจนของนาง แต่กลับนึกไม่ถึงว่านางเพียงยืนนิ่ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้ายังคงสงบนิ่งเช่นเดิม
ต้องยอมรับว่า ดูเหมือนที่ผ่านมาเขาจะประเมินนางต่ำไปมาโดยตลอด
วันนี้นางกล้าท้าทายเขาต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนัก กล้าเผชิญหน้ากับจิ้นอันทั้งที่ไม่มีหลักฐานใด ๆ อีกทั้งยังฉลาดพอจะบีบให้เขาสาบานด้วยคำสาป เพื่อปั่นป่วนจิตใจอีกฝ่าย เรื่องนี้ช่างเหนือความคาดหมายยิ่งนัก
นางดูไม่เหมือน “สตรีโง่งมหลงบุรุษ” ที่คนอื่นกล่าวขาน ทั้งไม่ใช่เด็กสาวขี้ขลาดราวหนูที่รู้จักแต่หลบหนีเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาอย่างในอดีต นางบริสุทธิ์ใจ มีเมตตา กล้าหาญ อีกทั้งยังรักชัดเกลียดชัด
ฮั่วสวินเม้มริมฝีปากเบา ๆ ความหงุดหงิดที่เพิ่งข่มลงในใจพลันผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ใช่แล้ว นางกล้าหาญมาโดยตลอด เพียงแต่ความกล้าหาญในวันนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเขาอีกต่อไป หากเป็นเพื่อเผยเห่อเย่
เขาเบือนสายตา ก่อนคว้าถ้วยชาข้างกายขึ้นมาแล้วขว้างใส่หน้าผากหยวนหู่อย่างแม่นยำ
สายลมแรงพัดวูบ ถ้วยชาแตกกระจาย โลหิตไหลอาบหน้าผากหยวนหู่ราวน้ำตก
“สงบปากสงบคำไม่ได้ก็ไสหัวออกไป!” น้ำเสียงของฮั่วสวินเย็นเยียบ แม้ไม่โกรธก็ยังแผ่บารมีน่าเกรงขาม
หยวนหู่และเหล่าแม่ทัพที่เมื่อครู่ยังส่งเสียงโวยวายพลันเงียบกริบ ราวจักจั่นในฤดูหนาว
ในที่สุดรอบข้างก็กลับมาเงียบสงบ หอชมการแข่งขันซึ่งจุคนได้กว่าร้อยคน บัดนี้เงียบเสียจนแม้แต่เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ยังได้ยินชัดเจน
เห็นโค่วอี้หร่านยังยืนนิ่ง ฮั่วสวินจึงเหลือบมองนางอย่างเรียบเฉย “องค์หญิงกล่าวต่อได้”
โค่วอี้หร่านกลับเงียบงัน
นางไม่มีหลักฐานแน่ชัด หากโต้เถียงกันต่อไป ต่อให้จิ้นอันยืนกรานปฏิเสธ นางก็ทำอะไรไม่ได้
