พ่อลูกคุยกันจนเข้าใจกัน ต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกโล่งใจ กระทั่งมีคนมาถ่ายรูป หานหนิงถึงกลับเข้าไปในห้องที่เคยพัก
เมื่อมองห้องที่สะอาดหมดจดไร้ฝุ่นจับ ขอบตาของหานหนิงก็แดงขึ้นมาอีกครั้ง ชาติที่แล้วเธอโง่เขลาเพียงใด ถึงได้ยึดติดกับความรักของแม่ที่เลือนรางไร้ตัวตน จนทำร้ายคนที่รักเธอจริง ๆ
จะไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว ชาตินี้จะไม่เป็นเช่นนั้นอีก หานหนิงจะดีกับคนที่รักเธอจากใจจริงเท่านั้น
หานหนิงปรับอารมณ์ให้สงบลง จัดของที่ไม่จำเป็นในกระเป๋าผ้าใบออกมาวางให้เรียบร้อย จากนั้นก็มองกล้องถ่ายรูปบนชั้นหนังสือ ก่อนจะประคองมันไว้ในมืออย่างทะนุถนอม นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ลุงหวังมอบให้ แต่เพราะมันมีราคาสูงเกินไป เธอจึงไม่ได้เอาติดตัวไปด้วย
หนึ่งคือเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควร อีกหนึ่งคือกลัวว่าจะรักษาน้ำใจของลุงหวังไว้ไม่ได้ ชาตินี้คนตระกูลเสิ่นอย่าหวังว่าจะได้อะไรจากเธอแม้แต่น้อยอีกเลย เธอไม่สนใจของที่เหลือในกระเป๋าผ้าใบแล้ว หยิบกล้องถ่ายรูปใส่กระเป๋า บอกลาลุงหวัง แล้วออกจากภาพถ่ายประชาชนทันที เธอรอไม่ไหวแล้ว วันนี้จะต้องสะสางทุกอย่างให้จบเด็ดขาด
เพราะเป็นวันอาทิตย์ วันนี้คนทั้งห้าของตระกูลเสิ่นจึงอยู่บ้านกันครบ แม้แต่ฝาแฝดอย่างเสิ่นจิงกับเสิ่นฮุยที่แทบไม่เคยอยู่บ้าน ก็ยังนั่งรออย่างว่าง่าย เสิ่นจิงรอเพราะเรื่องการแต่งงานของตัวเอง ส่วนเสิ่นฮุยกลับมาเพื่อหวังจะได้ผลประโยชน์ เงินหนึ่งพันสองร้อยหยวนพอให้เขาเอาไปผลาญได้ตั้งนาน!
“หนิงหนิงกลับมาแล้ว เข้ามาดื่มน้ำอุ่นสักแก้ว จะได้คลายหนาวนะลูก” หลี่ชิวเซียะยังคงวางท่าเป็นแม่ผู้เปี่ยมเมตตา เอ่ยถามไถ่ด้วยความห่วงใยได้อย่างคล่องปาก
หานหนิงเหลือบมองน้ำตาลแดงบนโต๊ะเตี้ย ก่อนสะพายกระเป๋าผ้าใบเดินเข้าไป เธอไม่ได้เลือกนั่งบนโซฟาไม้กับหลี่ชิวเซียะ แต่กลับไปนั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะอาหารแทน เมื่อก่อนเธอไม่มีสิทธิ์เลือก แต่ตอนนี้เธอชอบพื้นที่กว้างขวางบริเวณห้องอาหารมากกว่า
เสิ่นเจี้ยนกั๋วเห็นหานหนิงไม่กล้านั่งบนโซฟา ก็เบ้ปากอย่างดูแคลน ไม่คิดจะเอ่ยปากพูดด้วยสักคำ
