เพราะมีผ้าเช็ดหน้าเป็นข้ออ้าง เรื่องที่นางจะไปเจรจากับร้านตัดเสื้อน่าจะราบรื่นขึ้นมาก
ซงซีรับห่อผ้าเล็ก ๆ มาอย่างไม่คิดอะไร เอ่ยรับคำหนึ่งแล้วก็เตรียมจะจากไป
แต่หลินสือกลับคว้ามือนางไว้ “เรื่องพี่รองของเจ้า จะบอกเขาให้รู้สถานการณ์ทางบ้านด้วยไหม”
ซงซีลืมไปเสียสนิทว่ายังมีเรื่องนี้อยู่ หลังบิดาบาดเจ็บ ย่าหาข้ออ้างว่าจะส่งเขาไปหาเงินมารักษาบิดา แล้วส่งเขาไปทำงานจิปาถะที่หอจือเว่ยในเมือง
ตอนนี้สถานการณ์ที่บ้านเปลี่ยนไปแล้ว นางย่อมต้องไปบอกเขาสักหน่อย
ซงซีพยักหน้าโดยไม่ลังเล “ท่านแม่วางใจเถิด เที่ยวนี้ข้าเข้าอำเภอ จะลองดูว่าพาตัวเขากลับมาจากหอจือเว่ยได้หรือไม่”
หลินสือรีบโบกมือ “แค่บอกพี่รองของเจ้าให้รู้สถานการณ์ที่บ้านก็พอ”
“ตอนนี้พ่อเจ้ากำลังป่วย ที่บ้านก็มีเรื่องต้องใช้เงินไม่น้อย เขาหางานทำในหอจือเว่ยได้ไม่ง่ายนัก ให้เขาทำไปก่อนสักระยะ ไม่แน่ว่าวันหน้าจะได้เรียนรู้งานฝีมือติดตัวกลับมาด้วย”
ซงซีไม่ได้พูดต่อเรื่องพี่รองกับหลินสือ หอจือเว่ยเป็นกิจการของตระกูลจ้าว หรือก็คือตระกูลของจ้าวหลานหลาน บุตรสาวตัวจริง
นางมีลางสังหรณ์อยู่บ้างว่า ข่าวลือเรื่องนางเป็นตัวกาลกิณีที่แพร่ไปทั่วหมู่บ้าน ต้องมีคนคอยชี้นำอยู่เบื้องหลัง และนางก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตน
ด้วยความระมัดระวัง นางไม่อยากให้คนในครอบครัวเข้าไปพัวพันกับตระกูลจ้าว
นางไม่ได้อธิบายอะไรให้มาก เพียงพยักหน้าแล้วก้าวออกจากกระท่อมมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้าน
