จากท่าทีสนิทสนมที่เถ้าแก่แสดงต่อเฉินเยี่ยนเมื่อครู่ หอจือเว่ยแห่งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นกิจการของอนุเฉิน
และในฐานะญาติทางบ้านเดิมของอนุเฉิน ขอเพียงเฉินเยี่ยนเอ่ยปากสักคำ พี่รองก็แทบไม่มีทางออกจากหอสุราได้แล้ว!
แผนการที่วางไว้ทีละขั้นเหล่านี้ หรือจะเป็นเพียงแผนร้ายที่จ้าวหลานหลานวางไว้เล่นงานนางจริง ๆ?
ตั้งแต่นางกลับมายังตระกูลซ่ง ก็มีข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับนางแพร่ไปทั่วหมู่บ้าน ต่อมาก็จัดฉากให้นางตกน้ำ สร้างภาพว่านางจมน้ำตาย แล้วยังเอาพี่รองไปค้ำประกันไว้ที่หอสุราของตระกูลจ้าวอีก
เรื่องแล้วเรื่องเล่า ราวกับกำลังถักทอตาข่ายที่มองไม่เห็น เพื่อกักขังซงซีไว้
นางไม่เชื่อว่าจ้าวหลานหลานที่เพิ่งกลับตระกูลจ้าวจะมีความสามารถและแผนการมากมายถึงเพียงนี้ หรือเรื่องทั้งหมดจะมีเหตุบังเอิญบางอย่างอยู่ด้วย?
ซงซีข่มความคิดสับสนวุ่นวายในใจ ก่อนก้าวไปยังลานหลังของหอสุรา
ช่วงเวลานี้แทบไม่มีลูกค้าในหอสุรา พี่รองจึงไม่ต้องวุ่นอยู่ด้านหน้า อีกทั้งเถ้าแก่ยังต้องคอยต้อนรับเฉินเยี่ยนอยู่ข้างหน้า ย่อมไม่มีเวลามาด้านหลังแน่
ซงซีจึงกล้าเดินไปยังลานหลัง
เป็นไปตามที่นางคาดไว้ เมื่อเดินผ่านตรอกเล็ก ๆ ก็เห็นรถเข็นคันหนึ่งจอดอยู่ตรงประตูหลังของหอสุรา รอบข้างไร้ผู้คน มีเพียงพี่รองที่กำลังขนผักลงจากรถ
ซงซีฉวยโอกาส รีบวิ่งเข้าไปเรียกเขา “พี่รอง อย่าเพิ่งยุ่งเลย เวลากระชั้นแล้ว ข้าจะพูดสั้น ๆ”
ซงอิ๋นประหลาดใจไม่น้อยเมื่อเห็นน้องสาว เขาอยากรู้ว่านางมาที่นี่อีกทำไม
