ซงฉางชิ่งโบกมือปฏิเสธซ้ำ ๆ
เพียงนึกถึงความยากลำบากที่ต้องเผชิญต่อจากนี้ เขาก็ยิ่งยืนกรานหนักแน่น “ซีซี ฟังพ่อนะ ตอนนี้พ่อรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว เราไม่ต้องไปหอหมอหรอก”
“เงินก้อนนี้จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ ต้องเก็บไว้ทำอย่างอื่น”
เมื่อเห็นบิดาพยายามจะกลับให้ได้ ซงซีจึงยอมถอยหนึ่งก้าวหลังครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว “ถ้าท่านไม่ยอมไปหอหมอ อย่างน้อยก็ให้ข้าไปซื้อยาต้มขับความเย็นมาอีกสักหลายเทียบ จะได้ช่วยให้อาการดีขึ้น”
“ท่านพ่อ ตอนนี้ข้ากับท่านแม่มีแต่ท่านเป็นที่พึ่ง ท่านต้องรีบหายดีนะ ไม่กินยาได้อย่างไร”
คำพูดนี้แทงใจซงฉางชิ่งเข้าอย่างจัง
จริงด้วย! เขาต้องรีบหายดี ต่อจากนี้พวกเขายังต้องหนีออกจากบ้าน หากต้องพาภรรยากับลูกสาวไปทั้งที่ร่างกายพิการเช่นนี้ มีแต่จะเป็นภาระให้พวกนาง
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็กัดฟันพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็สั่งยาให้น้อยหน่อย อย่าเสียเงินไปเปล่า ๆ”
ซงซีขานรับ ก่อนให้รถเทียมวัวจอดใต้ร่มไม้ แล้วเดินเข้าเมืองไปตามลำพัง
สิ่งแรกที่นางทำไม่ใช่ไปหอหมอ แต่เป็นการเลือกซื้อขวดกระเบื้องใบเล็กมีจุกปิดกับตลับกลมเล็กสำหรับใส่ชาดจากแผงริมทาง
ของพวกนี้ฝีมือไม่ได้ประณีตนัก ทั้งยังเป็นของชิ้นเล็ก ๆ
หลังจากต่อรองราคากับเจ้าของแผงอยู่พักหนึ่ง ซงซีก็ซื้อมาได้ในราคา 10 อีแปะ
เมื่อซื้อภาชนะใส่ยาเรียบร้อยแล้ว ซงซีจึงค่อยไปหอหมอ
ตอนนั้นยังเช้าอยู่ หอหมอเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ภายในโถงยังไม่มีใครมารอตรวจ
ซงซีเดินไปหาหมอเฒ่าที่นั่งตรวจอยู่ แล้วเล่าอาการของบิดาตามจริง
