ซงซีอยากพิสูจน์ว่าเมื่อเดินทางไปยังอีกโลกหนึ่ง เวลาทางฝั่งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง
เธอเพียงนึกคิดวูบเดียว ร่างก็ปรากฏขึ้นจากมิติในจี้หยกทันที
เป็นไปตามที่คาดไว้ เธอเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าห่างไกล
ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นแนวเมฆ เหมือนกับตอนที่เธอเหลือบมองก่อนจากไปไม่มีผิด
ตอนนี้มีปัญหาอีกเรื่องหนึ่งตรงหน้า ก่อนออกมาเธอบอกบิดาไว้แล้วว่าจะไปตลาด
ถึงตอนนี้จะขายไก่ไปแล้ว แต่เวลาก็ยังไม่เปลี่ยน
หากกลับไปตอนนี้ย่อมไม่เหมาะแน่
ซงซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจขึ้นไปคอยบนเขา พอเวลาใกล้เคียงแล้วค่อยเดินอ้อมไปทางหมู่บ้านตามทางบนเขา
พอดีเธอยังต้องใช้เวลาคิดให้ถี่ถ้วนว่าจะทำอะไรต่อไป
แต่ความเป็นจริงไม่ได้งดงามอย่างที่คิด พอดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้น ชาวบ้านที่ถือกระบุงกับเคียวก็ทยอยกันขึ้นเขามา
เดิมทีซงซีนั่งครุ่นคิดอยู่หลังต้นไม้ใหญ่บนเนินเขา พอได้ยินเสียงพูดคุยใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
ใจก็พลันตึงเครียด
เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เธอจึงนึกคิดวูบหนึ่ง แล้วหายเข้าไปในมิติในจี้หยกอีกครั้ง
สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ ภายในมิติในจี้หยก เธอได้ยินเสียงพูดคุยของชาวบ้านในป่าอย่างชัดเจน
ซงซีสังเกตเห็นความผิดปกติทันที
มิตินี้ไม่เหมือนกับโลกอีกใบที่เธอไปมา เวลาในมิติในจี้หยกไม่ได้หยุดนิ่ง
พูดง่าย ๆ ก็คือ เวลาภายในมิติในจี้หยกเดินไปพร้อมกับเวลาของโลกที่เธออยู่
