หลินสือมองปลาตัวเล็กที่ลูกสาวหิ้วกลับมา แล้วถามอย่างสงสัยว่า “ซีซี นี่ลูก...”
“บังเอิญมากเลยเจ้าค่ะ วันนี้ข้าเจอบ้านหนึ่งที่ชอบกินของสดจากแม่น้ำ นอกจากจะซื้อกุ้งตัวเล็กของข้าไปจนหมดแล้ว ยังบอกว่าคราวหน้าถ้าเจอปลาตัวเล็กแบบนี้ ให้เอาไปส่งให้พวกเขาด้วย”
หลินอวิ้นเนียงลังเล “ปลาพวกนี้มีก้างเต็มไปหมด ยังมีคนซื้อไปกินจริง ๆ หรือ”
ซงซีพยักหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน “บ้านคนมีเงินจะเอาไปทอด หรือไม่ก็ตากแห้งแล้วนำไปตุ๋น รสชาติดีมาก เป็นกับแกล้มชั้นเลิศที่หาได้ยากเลยเจ้าค่ะ”
หลินสือเชื่อคำพูดของลูกสาว สมัยเด็กฐานะทางบ้านของนางยังพอมีอันจะกิน อาหารประณีตพวกนี้นางก็เคยเห็นอยู่บ้าง
เพียงแต่ใช้ชีวิตยากจนมานาน จึงนึกไม่ออกว่าจะมีใครยอมเปลืองน้ำมันกับเกลือเพียงเพื่ออาหารคำเดียว
นางไม่ซักไซ้เรื่องนี้ต่อ แต่ช่วยลูกสาวแบ่งปลาที่ซื้อกลับมาใส่ถังไม้กับกะละมังไม้ให้เรียบร้อย
สองแม่ลูกกำลังง่วนอยู่กับงาน ส่วนซงฉางชิ่งที่อยู่ในบ้านก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย
หลังจากทายาที่ลูกสาวนำกลับมาจากตัวอำเภอ บาดแผลภายนอกที่เคยบวมแดงก็เริ่มยุบลง เขาเองก็ดูมีเรี่ยวแรงขึ้นไม่น้อย
ตอนนี้เขากำลังทำไม้ค้ำอยู่ในบ้าน
ดังคำกล่าวที่ว่า บาดเจ็บถึงกระดูกต้องพักฟื้น 100 วัน แม้บาดแผลที่ขาจะดีขึ้นแล้ว แต่กระดูกหน้าแข้งที่หักคงยากจะกลับมาเดินได้ในเวลาอันสั้น
แต่เขาไม่ใช่คนที่จะนั่งรอชะตากรรม โดยเฉพาะเมื่อมีความเป็นไปได้สูงว่าทางจวนประจำแคว้นจะเกิดความวุ่นวายในไม่ช้า ทำให้เขาจำต้องเตรียมตัวสำหรับการจากไปในภายหน้า
