หลังออกมาจากมิติ ซงซีเห็นว่ามารดาอย่างหลินสือยังไม่กลับมา จึงค่อย ๆ เดินไปข้างกายบิดาอย่างเงียบเชียบ
เขายังคงหลับใหลไม่ได้สติ ลมหายใจหนักหน่วง
ซงซียื่นมือไปแตะหน้าผากเขาด้วยหลังมือ สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุ อาการดูเหมือนจะหนักกว่าเมื่อวานเสียอีก
หัวใจนางหนักอึ้ง ก้มลงกระซิบเรียกข้างหูเขาเบา ๆ ว่า “ท่านพ่อ”
เปลือกตาของบิดาซงกระตุกอยู่สองสามครั้ง แต่สุดท้ายก็ลืมตาไม่ขึ้น ทำได้เพียงส่งเสียงพึมพำไม่เป็นภาษาออกมาจากลำคอ
ไข้สูงติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับอาหารการกินไม่เพียงพอ ร่างกายของเขาจึงอ่อนเพลียจนหมดแรง แม้แต่แรงจะลืมตาก็ไม่มีแล้ว
ซงซีรีบลุกขึ้น เดินไปยังอ่างไม้ตรงมุมห้อง จุ่มผ้าสะอาดลงในน้ำเย็นแล้วบิดหมาด ก่อนกลับมาที่ข้างเตียงและเริ่มเช็ดแก้ม ลำคอ และแขนของบิดาอย่างระมัดระวัง
ระหว่างเช็ด นางเห็นอย่างชัดเจนว่าบนร่างของบิดามีรอยถลอกและรอยฟกช้ำหลายแห่ง ซึ่งเกิดจากการกลิ้งตกลงมาจากภูเขา
โดยเฉพาะขาขวา ตั้งแต่ข้อเท้าจนถึงหัวเข่าถูกแผ่นไม้ดามเอาไว้แน่น มีบาดแผลน่าหวาดหวั่นพาดอยู่ด้านนอก
แม้จะได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่เพราะอากาศร้อนอบอ้าว ขอบแผลจึงแดงและดูเหมือนจะบวมขึ้น
นี่คงเป็นสิ่งที่หมอเรียกว่าพิษจากภายนอกรุกราน ทำให้บาดแผลแย่ลงเรื่อย ๆ ไม่ยอมหุบและสมาน ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาเป็นชุด ทั้งไข้สูงและอาการอื่น ๆ
ซงซีเช็ดตัวลดไข้ให้เขาต่ออย่างระมัดระวัง คอยหลบเลี่ยงบาดแผล ทว่าหัวใจกลับหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนหนึ่งทับอยู่
