บนโต๊ะอาหาร ดยุกวิลเลียมนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ มองลูกสาวที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ทางขวามือ ก้มหน้าก้มตากินข้าว แล้วหันไปมองลูกชายคนเดียวที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่ทางซ้าย ไม่สนใจอาหารตรงหน้า เขาอดขำไม่ได้
หกปีแล้ว เด็กสองคนนี้ก็ยังเป็นแบบนี้ เมื่อก่อนเขายังกังวลว่าอัลเลนจะเผลอมือหนักรังแกเจียงเจียง จึงคอยตำหนิอัลเลนอยู่บ่อย ๆ แต่ตอนนี้...
ตอนนี้วิธีที่เด็ก ๆ เข้ากันช่างชวนให้คนสงสัยจริง ๆ ดยุกวิลเลียมจิบไวน์แดงอย่างสบายอารมณ์
หลังรับประทานอาหารเย็น ตามปกติแล้วเจียงซินเหลียนจะต้องไปอ่านหนังสือในห้องหนังสือ ส่วนอัลเลนก็จะนั่งทำธุระของตัวเองอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบเชียบ แต่วันนี้นางไม่อยากอยู่ในห้องเดียวกับเขาตามลำพังเลยสักนิด
นางจึงเปลี่ยนทิศทางแล้วเดินออกไป
อัลเลนชะงัก มองท้องฟ้าด้านนอกแวบหนึ่งก่อนจะตามออกมา “เจียงเจียง ฟ้ามืดแล้วนะ อย่าออกไปนอกคฤหาสน์ล่ะ”
เดิมทีเจียงซินเหลียนตั้งใจจะเดินเล่นรอบคฤหาสน์สักรอบเพื่อย่อยอาหาร พอได้ยินคำพูดของเขา นางก็ตรงไปทางฟาร์มทันที
น้ำหนัก 100 จิน มีถึง 99 จินที่เป็นความดื้อรั้นฝืนคำคน
พื้นฟาร์มไม่เรียบ มีหลุมบ่ออยู่ไม่น้อย อัลเลนยังจำได้ว่าสายตาของเจียงเจียงในตอนกลางคืนไม่ค่อยดี หากนางสะดุดล้มข้างนอกจนข้อเท้าแพลงขึ้นมาจะทำอย่างไร
อัลเลนไม่วางใจ จึงเดินตามห่าง ๆ
พูดได้เลยว่าเจียงซินเหลียนเพิ่งเดินถึงฟาร์มก็เสียใจแล้ว ฟาร์มไม่ได้มีแสงสว่างเพียงพอเหมือนคฤหาสน์ รองเท้าที่นางใส่ก็ไม่เหมาะกับทางขรุขระแบบนี้ เดินแต่ละก้าวก็แทบสะดุด ทำเอาอัลเลนที่ตามหลังใจหายใจคว่ำ
ขอย้ำอีกครั้งว่า บางเวลาเจียงซินเหลียนเป็นคนรู้จักกาลเทศะมาก
หลังจากเกือบล้มอีกครั้ง นางก็หยุดยืนอยู่กับที่ ไม่ขยับไปไหนแล้ว
