ข่าวการเสียชีวิตของภรรยาผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับโจลิสแพร่ไปถึงคฤหาสน์สก็อตต์อย่างรวดเร็ว
เจียงซินเหลียนแทบไม่อยากเชื่อ “ทำไมล่ะ? อยู่ดี ๆ ทำไมถึง...”
“ตอนแรกถ้าส่งไปโรงพยาบาลก็คงยังพอมีหวังรอด แต่โชคร้ายที่รถม้ามาเสียกลางทาง เฮ้อ...”
“เป็นความผิดของฉันเอง ถ้าฉันรั้งพวกเธอไว้ ไม่ปล่อยให้พวกเธอไปก็คงดี เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น” เจียงซินเหลียนสะอื้นไห้
คนรอบข้างรีบเข้ามาปลอบเธอทันที
“จะโทษคุณหนูเจียงเจียงได้อย่างไรคะ อย่าโทษตัวเองเลย”
“ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้หรอกค่ะ คุณหนูเจียงเจียงไม่ผิดนะคะ”
ดยุกวิลเลียมลูบศีรษะเธอ “เจียงเจียง เรื่องบางอย่างก็เกิดขึ้นกะทันหัน อย่าโทษตัวเองเลย”
บนใบหน้าของเจียงซินเหลียนยังมีหยาดน้ำตาเกาะพราว เธอถามเสียงสะอื้นว่า “ภรรยาผู้อำนวยการเสียชีวิตแล้ว แล้วเด็ก ๆ ที่โบสถ์ล่ะคะ พวกเขาจะถูกไล่ออกมาหรือเปล่า?”
“ไม่ต้องห่วง” ดยุกวิลเลียมปลื้มใจในความมีเมตตาของลูกสาว “พ่อให้พ่อบ้านไปจัดการเรื่องเด็ก ๆ แล้ว พ่อรับรองว่าพวกเขาจะไม่เป็นอะไร ถ้าเจียงเจียงยังไม่วางใจ จะไปดูด้วยตัวเองก็ได้”
“ขอบคุณค่ะ คุณพ่อ” เธอปาดน้ำตาแล้วคลี่ยิ้ม
จากนี้ไปจะไม่มีใครรู้เรื่องความชั่วร้ายที่เธอเคยก่ออีกแล้ว เธอจะได้ใช้ชีวิตเป็นคุณหนูตระกูลสก็อตต์อย่างสบายใจ โดยไม่มีใครมารบกวนชีวิตของเธออีก
ดยุกวิลเลียมเอ็นดูความว่าง่ายของเธอ แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นอัลเลนที่ยืนปิดปากหาวอยู่ด้านข้าง เขาจึงเดือดดาลขึ้นมาทันที แล้วตวาดว่า “อัลเลน! เมื่อคืนแกไปทำอะไรมาถึงได้ดูสภาพตัวเองแบบนั้น!”
อัลเลนหาวค้างอยู่ครึ่งทาง พอเห็นบิดาถลึงตาใส่ก็รีบยืนตัวตรงอย่างว่าง่าย ใต้ตาทั้งสองข้างคล้ำจนเห็นชัด
