เสียงตะโกนของชาวบ้านแหบแห้งจนแทบขาดใจ ทุกคนกำหมัดชูมือขึ้นพร้อมกันอย่างหนักหน่วง จังหวะพร้อมเพรียงกันอย่างน่าประหลาด!
จงจื้อเฉิงไม่สนใจอาการสั่นของจางจวิน เขาพยักหน้าให้หลัวปิน มุมปากเผยรอยพึงพอใจวูบหนึ่ง
ชั่วขณะนั้น หลัวปินไม่รู้ว่าควรตอบสนองอย่างไรดี
ยิ้มอย่างสุภาพก็ดูจะไม่เหมาะกับสถานการณ์เช่นนี้หรือเปล่า?
หลัวปินจึงนิ่งค้างไปเล็กน้อย
“ผู้ใหญ่บ้าน... เสี่ยวหลิงถูกใส่ร้ายค่ะ... ปล่อยเธอได้ไหมคะ?” กู้หย่ารีบเดินมาหยุดข้างจงจื้อเฉิง แววตาเต็มไปด้วยความวิงวอน
จงจื้อเฉิงพยักหน้า ก่อนจะขึ้นไปบนเวทีแล้วเดินไปหาจางวิ่งหลิงซึ่งถูกมัดอยู่อีกด้าน
แสงแดดส่องกระทบใบหน้าของจางวิ่งหลิงจนดูซีดเหลืองราวกับกระดาษทอง เดิมทีเธอก็หน้าตางดงามอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ในสภาพอ่อนแรงเช่นนี้ก็ยิ่งดูบอบบาง
“เสี่ยวซาน ไปพยุงพี่เสี่ยวหลิงลงมา พวกเราจะพาเธอกลับบ้าน” กู้หย่าร้องเรียก
หลัวปินจึงได้สติ แล้วเดินตามจงจื้อเฉิงไปหยุดตรงหน้าจางวิ่งหลิง
จงจื้อเฉิงแก้มัดให้เธอ พอลงจากเสาไม้ ขาทั้งสองข้างก็อ่อนปวกเปียก เธอเซถลาแทบจะล้มเข้าใส่อ้อมอกหลัวปิน
กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยมาปะทะ หลัวปินรีบประคองเธอไว้
“พี่เสี่ยวหลิง... ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” หลัวปินถามเสียงเบา
ครั้งก่อนเธอรู้จักเขา แต่เขาไม่รู้จักเธอ ส่วนครั้งนี้ข้อมูลที่มีมากพอแล้ว คงไม่มีทางเผยพิรุธแน่ ยิ่งบังเอิญได้ออกหน้าต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ แถมผู้ใหญ่บ้านยังพยักหน้าแสดงความพอใจให้เขา โอกาสถูกจับได้ยิ่งแทบไม่มี
“มะ... ไม่เป็นไร... แค่ขาอ่อน...” จางวิ่งหลิงเม้มริมฝีปาก แก้มมีสีแดงระเรื่อ
