โง่จริง ๆ!
ไม่สิ ที่แท้ก็คิดว่าตัวเองฉลาดเกินไป!
เอาแต่คิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างกู้อีเหรินกับสวีไคกั๋ว คิดว่ากู้อีเหรินจงใจพูดแบบนั้นเพื่อชี้นำให้เขาไปช่วยเธอหรือเปล่า
แต่ใครจะคิดว่ากู้อีเหรินแค่บอกเรื่องสองอย่างตรง ๆ
ฉันช่วยคุณได้!
ไม่ได้ปิดหน้าต่าง!
หลัวปินพุ่งออกจากกระท่อมไม้ วิ่งไปหยุดหน้าศาลเจ้าภูเขาฝั่งตรงข้าม
“ก๊อก ๆ ๆ” หลัวปินเคาะประตูอย่างแรง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบ
เขารีบแนบตัวกับประตู มองลอดช่องเข้าไป เห็นภายในว่างเปล่าไร้ผู้คน!
เขายกขาขึ้น ถีบประตูเต็มแรง ประตูศาลเจ้าภูเขาเปิดผาง
จางลี่ จูเชียนเฉียน และกู้อีเหรินหายไปหมดแล้ว
ไม่ใช่แค่พวกเขาที่หายไป แม้แต่โซ่เหล็กเส้นเล็กที่ห้อยลงมาจากแขนของเทพภูเขาก็หายไปด้วย ตะเกียงน้ำมันก็ถูกเอาไปเช่นกัน!
ตะเกียงดวงนั้นใหญ่กว่าตะเกียงดวงอื่น จึงทนจุดไฟต่อเนื่องได้ตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน
“บ้าเอ๊ย!” หลัวปินสบถ
เมื่อวานเขาก็มองออกแล้วว่าจางลี่มีพิรุธ แต่เหตุการณ์พลิกผันเมื่อเช้านี้ทำให้เขาละเลยการเฝ้าระวังจางลี่กับคนอื่น ๆ
จางลี่รู้เรื่องในหมู่บ้านดีทุกอย่าง แล้วกล้าหนีไปได้ยังไง? รนหาที่ตายชัด ๆ!
กระติกน้ำที่หายไปกับแผ่นแป้งสิบกว่าแผ่น คงถูกจางลี่เอาไปเป็นเสบียงแน่
หลัวปินใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางกดหว่างคิ้ว นิ้วโป้งกดขมับ พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความสงบ สูดหายใจลึกหลายครั้ง ในที่สุดก็สงบสติลงได้
เขาเดินไปที่ประตู จ้องมองแนวป่าทึบสูงใหญ่ตรงปลายถนนคอนกรีต แสงแดดยังส่องทะลุเข้าไปไม่ได้
จางลี่ไม่มีทางออกจากเขาไปได้
