คืนนั้นยาวนานเป็นพิเศษ
สำหรับจงจื้อเฉิง หลัวเฟิง และกู้หย่าที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ของตระกูลหลัวก็เป็นเช่นนั้น
สำหรับหลัวปินที่อยู่ในกระท่อมไม้หลังเล็กก็เช่นกัน
หลังจากผีร้ายทั้งหมดจากไป หลัวปินกลับนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาจนสะดุ้งตื่นเป็นสิบกว่าครั้ง เขาอดคิดไม่ได้ว่าผีร้ายพวกนั้นไปทำอะไรกัน
แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อคำพูดที่ผีร้ายกล่าวถึงผู้ใหญ่บ้านแม้แต่น้อย
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าเจ้าของร่างเดิมถูกผีร้ายฆ่าตายได้อย่างไร
อะไรทำให้เจ้าของร่างเดิมลืมข้อห้าม แล้วออกไปพบผีร้ายตรง ๆ ในยามค่ำคืน?
เขาฝืนทนจนถึงช่วงดึกสงัด ในที่สุดก็ผล็อยหลับไป
แว่วเสียงไก่ขันรับรุ่งสาง หลัวปินพลิกตัว คิดว่าจะนอนต่ออีก 5 นาที
แต่พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แสงแดดจ้าก็ส่องลอดเข้ามาทั้งตามช่องประตูและหน้าต่าง!
“กี่โมงแล้วเนี่ย?” หลัวปินเด้งตัวลงจากเตียง สมองยังไม่ทันตื่นเต็มที่ก็รีบเป่าดับตะเกียงน้ำมัน จากนั้นเหลือบดูน้ำมันตะเกียง พบว่าเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ
“ฉัน...” หลัวปินอยากตบหน้าตัวเองสักฉาด
น้ำมันตะเกียงเชียวนะ!
ถ้าใช้น้อยลงอีกหน่อย เขาก็จะได้ดื่มมากขึ้น
แต่เพราะมัวแต่นอนเพลิน น้ำมันตะเกียงจึงพร่องไปอีกมาก แทบไม่พอใช้ถึงครึ่งคืนด้วยซ้ำ
“เฮ้อ...” หลัวปินถอนหายใจ เรื่องเกิดขึ้นแล้วก็ทำอะไรไม่ได้
เขาผลักประตูห้องออก แสงแดดจ้าสาดกระทบใบหน้า จึงรีบยกมือขึ้นบังตา แต่ก็ยังรู้สึกแสบอยู่บ้าง หลังจากปรับตัวอยู่พักหนึ่ง หลัวปินถึงค่อยชินกับแสงสว่าง
