เสิ่นชุนฟางได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
ตระกูลเจิ้งแห่งหลงซี
มิน่าเล่า เด็กหญิงคนนี้ถึงได้ทำท่าทางไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเช่นนี้
ตระกูลใหญ่ที่สืบทอดมานับพันปี
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นตระกูลสูงศักดิ์ที่เกี่ยวดองกับราชวงศ์ต้าเซี่ยมาหลายชั่วอายุคน
และเชื้อสายฝ่ายมารดาของฝ่าบาทองค์ปัจจุบันก็คือตระกูลเจิ้งแห่งหลงซี
หวังจิ้นมองสีหน้าของเสิ่นชุนฟางที่เปลี่ยนไป รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งลึกซึ้ง
เขาตบบ่าเสิ่นชุนฟางเบา ๆ
“ในเมื่อรู้แล้ว เช่นนั้นเด็กคนนี้ก็ฝากให้ศิษย์น้องดูแลแล้วกัน”
“อย่างไรเสียเจ้าก็สอนลูกศิษย์เก่ง ตอนนั้นที่เจ้าเลี้ยงดูหลูเกอ เขาก็อายุไล่เลี่ยกับเด็กคนนี้ไม่ใช่หรือ”
เสิ่นชุนฟางได้ยินดังนั้น มุมปากก็กระตุก
หลูเกอในตอนนั้นรู้ความกว่าเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้มากนัก
อีกทั้งยังไม่ต้องให้เขาคอยเป็นห่วงสักเท่าไร
เสิ่นชุนฟางถอนหายใจยาว มองเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าที่กำลังจ้องสำรวจเขาด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
นี่มันรับเด็กคนหนึ่งมาเสียที่ไหน
เห็นชัด ๆ ว่ารับบรรพบุรุษเข้าบ้านต่างหาก
ช่างเถิด
ใครใช้ให้เขาเป็นศิษย์พี่ของตนเล่า
สุดท้ายเสิ่นชุนฟางก็ได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจ ถือว่ารับปากแล้ว
ดูท่าการกลับอำเภอชิงเหอคราวนี้ คงต้องพาเด็กตัวปัญหากลับไปด้วยอีกคน
พอดีเลย จะได้ถือโอกาสทำให้คำพูดที่เคยอ้างว่าจะหาคู่ครองให้หลูเกอเป็นจริงเสียที
เพียงแต่ไม่รู้ว่าหลูเกอจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อได้เห็นเด็กคนนี้
.........
ถนนวิหารวรรณกรรม เรือนน้อยตระกูลหลู
แสงอรุณเริ่มส่องรำไร หมอกยามเช้ายังไม่ทันจางหาย เสียงเปิดประตูบ้านข้างเคียงกับเสียงสุนัขเห่าไม่กี่ครั้งดังมาจากตรอก
