สีหน้าของหลูหลินพลันขรึมลง เขาตวัดสายตามองไป หวังข่มขู่ให้อีกฝ่ายกลัวสักหน่อย
ไม่คิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยกลับเชิดอกเล็ก ๆ ขึ้น เงยหน้าจ้องหลูหลินอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“เจ้าเองก็ด้วย จะถลึงตาทำไม!”
“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร ก็แค่มีชื่อเสียงอยู่บ้างในราชธานี มีความรู้อยู่บ้างเท่านั้นมิใช่หรือ?”
“ชาติกำเนิดอย่างเจ้า ยังริอ่านฝันจะกินเนื้อหงส์อีกหรือ คุณหนูอย่างข้าไม่ชายตาแลพวกชาวบ้านเท้าเปื้อนโคลนอย่างพวกเจ้าหรอก”
อาจารย์เสิ่นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินแล้วหนังตากระตุกถี่ รีบก้าวเข้าไปไกล่เกลี่ย พร้อมดึงแขนเสื้อหลูหลินเบา ๆ
“หลูเกอ อย่าไปถือสานางเลย”
“อย่างไรนางก็เกิดในตระกูลใหญ่ ถูกตามใจเสียจนเคยตัว อดทนไว้ อดทนไว้เถิด”
“ประเดี๋ยวข้าจะให้ทางคุ้มหลิวจัดหาที่พักให้นางใหม่”
พอเด็กหญิงตัวน้อยได้ยินเช่นนั้น กลับยิ่งได้ใจ
“ใครให้เจ้าจัดการ?”
“คุณหนูอย่างข้าอยากอยู่ที่ไหนก็ต้องได้อยู่ที่นั่น จะฟังเจ้าหรือฟังข้ากันแน่?”
คราวนี้อาจารย์เสิ่นจนปัญญาโดยสิ้นเชิง ได้แต่หันมามองหลูหลินด้วยสีหน้าจนใจ
หลูหลินลอบส่ายหน้า มองเด็กหญิงตัวน้อยที่ทำท่าหยิ่งผยองไม่ยอมใครแล้วพลันนึกถึงคุณชายในวัยเยาว์
สมัยนั้นคุณชายก็เป็นเด็กซนหัวรั้นคนหนึ่งเหมือนกัน
แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้เติบโตมาเป็นคนไม่ดีมิใช่หรือ
ช่างเถิด ยังมีเวลาอีกมาก ค่อย ๆ อบรมกันไปก็แล้วกัน
หลูหลินถอนสายตา ก่อนพยักหน้าให้นางหลี่
“ท่านแม่ พานางไปจัดห้องสักห้องเถิด”
“อ้อ จริงสิ คุณหนูใหญ่ เจ้าชื่ออะไรหรือ?”
