ตึกใหญ่แห่งกองสำรวจท้องฟ้า
นางหลี่ยังคงพูดคุยเจื้อยแจ้วกับชายหนุ่มไม่หยุด
หัวข้อสนทนามีสารพัด ทว่าล้วนวนเวียนอยู่รอบตัวหลูหลิน
หลังจากได้พูดคุยกันมานาน นางหลี่ก็ค่อย ๆ สนิทสนมขึ้น รู้สึกว่าองค์ชายผู้นี้มิได้วางท่าใหญ่โต อีกทั้งยังเข้าหาได้ง่าย
นางหลี่จึงกล้าขึ้นไม่น้อย เมื่อนึกถึงการสอบสำนักที่หลูเกอพลาดไป จึงเอ่ยถามชายหนุ่มว่า
“จริงสิ คุณชาย ท่านว่า...หากหลูเกอของข้าชนะพระสงฆ์ได้ ปีนี้ยังเข้าร่วมการสอบสำนักได้หรือไม่”
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ จนกระทั่งนางหลี่ถามซ้ำอีกครั้ง เขาจึงหันมาเอ่ยตอบ
“เว้นแต่ฝ่าบาทจะทรงเปิดการสอบพิเศษขึ้นอีก มิฉะนั้นก็ต้องรอการสอบทงเชิงในปีหน้า”
รอยยิ้มบนใบหน้าของนางหลี่พลันหุบลง
“หา? ต้องรออีกปีหนึ่งหรือ”
“อยู่ดี ๆ ก็ต้องเสียเวลาไปอีกปีหนึ่ง”
“ไม่รู้ว่าฝ่าบาททรงคิดอย่างไร เปิดการสอบพิเศษเพิ่มอีกหน่อยจะเป็นไรไป อย่างไรก็เพื่อคัดเลือกผู้มีความสามารถให้ราชสำนักมิใช่หรือ” นางหลี่อดพึมพำเสียงเบาไม่ได้
หลูโห่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินแล้วใจหายวาบ รีบถลึงตาใส่นางหลี่อีกครั้ง
“หุบปากเสียที! เริ่มพูดมากอีกแล้ว!”
“นโยบายของราชสำนักใช่เรื่องที่เจ้าจะมาวิจารณ์ได้หรือ!”
ในเวลานั้นเอง เงาร่างคุ้นตาผู้หนึ่งก็มาถึงอย่างล่าช้า ก่อนก้าวขึ้นสู่ระเบียง
“ฟูจื่อ!”
เมื่อเห็นผู้มาเยือน ใบหน้าของนางหลี่และหลูโห่วต่างเผยความยินดี
“เหตุใดท่านเพิ่งมาถึงเอาป่านนี้”
“หลูเกอเล่า เมื่อใดจะได้ขึ้นเวที”
ผู้ที่มาคือเสิ่นชุนฟาง
เขาพยักหน้าให้หลูโห่วกับนางหลี่เป็นการทักทายก่อน
จากนั้นสายตาจึงเลื่อนไปยังชายหนุ่มข้างกายนางหลี่ คิ้วขมวดเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
