จางซูเฟินตกใจสะดุ้งโหยง กรีดร้องลุกขึ้นยืน
พอมองเห็นคนที่อยู่ข้างหลังชัด ๆ ขาของนางก็อ่อนแรง ทรุดลงคุกเข่าบนหิมะ ลิ้นพันกันพูดไม่คล่อง
“โจว... โจวโจวโจวเจิ้งเหว่ย...”
โจวเจิ้งเหว่ยสวมชุดทหาร เพิ่งเดินทางมาจากสำนักงานเจิ้งเหว่ย
ภรรยาโจวอุ้มผูเถาตามหลังเขามา ข้าง ๆ มีหลิวเฉี่ยวหลานเดินประกบ
ทั้งสี่คนเข้ามาล้อม ไม่ให้จางซูเฟินมีโอกาสหนี
จางซูเฟินเห็นว่าเรื่องแดงขึ้นมา หน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
นางรีบร้อนขุดคุ้ยห่อผ้าสีแดงในดิน หวังจะทำลายหลักฐาน
แต่เสี่ยวผูเถากลับเร็วกว่า ไถลตัวลงจากอ้อมแขนภรรยาโจว คว้าห่อผ้าสีแดงขึ้นมา
จางซูเฟินเห็นดังนั้นก็ร้อนรนขึ้นมาทันที กรีดร้องกระโจนเข้าไปหมายจะฉวยผมผูเถา ช่วงชิงห่อผ้าสีแดงคืนมา “คืนมาให้ฉัน!!”
โจวเจิ้งเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป ก้าวเข้าไปถีบอกนางเต็มแรง “ไสหัวไป!”
“อ๊าก!!!” จางซูเฟินร้องโหยหวน ล้มกระแทกพื้นอย่างแรง
หลิวเฉี่ยวหลานทำท่าจะเข้าไปพยุงตามสัญชาตญาณ
แต่พอนึกถึงสิ่งที่นางทำกับเสี่ยวอู่ และภาพที่นางคุกเข่าร่ายคำสาปชั่วร้ายที่เพิ่งเห็นกับตา นางก็ลดมือลง บังคับใจให้ใจแข็ง
“จางซูเฟิน!” โจวเจิ้งเหว่ยโกรธจนเรียกชื่อตรง ๆ “ข้าโจวเค่อฉินไม่มีอะไรผิดต่อตระกูลหลิวของพวกเจ้าเลยใช่ไหม? ตระกูลโจวก็ไม่ได้ไปล่วงเกินตระกูลหลิวใช่ไหม? ทำไมพวกเจ้าต้องใจร้ายถึงเพียงนี้ มาที่บ้านตระกูลโจวร่ายคำสาปชั่วร้ายใส่หลานข้า!”
จางซูเฟินฟังแล้วร่างก็สั่นสะท้าน รู้ว่าตัวเองจบสิ้นแน่แล้ว
นางลุกขึ้นอย่างระรัว ส่ายหัวร้องตะโกน “ไม่ใช่นะ! ฉันเปล่านะ!”
