เฉียวหลานซูไม่มีเวลาบอกลาหวางเสวี่ย ก็รีบตามตำรวจขึ้นรถไปเสียก่อน จากนั้นจึงกล้าถามในรถว่า “คุณตำรวจ ฉู่เหลียงจวินขโมยดินระเบิดจริง ๆ เหรอคะ”
ตำรวจคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ส่วนอีกคนเป็นคนขับ เขาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “คุณเสี่ยวเฉียว ตอนนี้เรายังยืนยันไม่ได้ว่าฉู่เหลียงจวินเป็นคนขโมยดินระเบิด แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือที่สนามก่อสร้างมีดินระเบิดหายไปสองห่อจริง ๆ”
เฉียวหลานซู “……”
ให้ตายสิ หายไปสองห่อจริง ๆ ด้วย!
เดิมทีเสี่ยวเจียงจากสถานีตำรวจคิดว่าเฉียวหลานซูแค่ถูกขู่ อีกฝ่ายคงตั้งใจข่มขวัญเธอ ไม่ได้คิดจะระเบิดเธอจริง ๆ
ดินระเบิดที่สนามก่อสร้างมีจำนวนแน่นอน เวลาจะใช้งานก็ต้องผ่านการอนุมัติหลายขั้นตอน
คนงานทั่วไปต่างพากันอยู่ให้ห่างจากดินระเบิด มีสักกี่คนกันที่กล้าเข้าไปใกล้ตามใจชอบ
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่แอบขโมยดินระเบิดไปซ่อนไว้ มีโทษถึงขั้นถูกยิงเป้า
ใครจะเบื่อชีวิตจนไปขโมยดินระเบิดกัน
ตำรวจเองก็คิดว่า ในเมื่อมีประชาชนมาแจ้งความ พวกเขาก็ต้องไปตรวจดูที่สนามก่อสร้างสักหน่อย
แค่เดินตรวจดูรอบหนึ่งก็น่าจะพอ คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอก
ดังนั้น เสี่ยวเจียงจึงแจ้งเรื่องตามหน้าที่กับหน่วยทหารช่างที่ดูแลสนามก่อสร้าง
ให้คนของหน่วยตอบมาให้ชัดเจนว่าจำนวนดินระเบิดถูกต้องหรือไม่
ทุกคนต่างคิดว่าจะไม่มีปัญหา ตำรวจที่สนามก่อสร้างถึงกับคุยเรื่องอาหารกับสภาพอากาศกับพวกทหารช่าง
บรรยากาศผ่อนคลาย
แต่ผลปรากฏว่า ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สนามก่อสร้างก็พบว่าดินระเบิดหายไปสองห่อ!
ชั่วพริบตาเดียว ทั้งสนามก่อสร้างก็โกลาหลไปหมด แม้แต่คนทั้งหน่วยยังตื่นตระหนก
ตอนนี้คนจากสถานีตำรวจต้องพาเฉียวหลานซูไปยังหน่วยทหารในเขตเหมือง หนึ่งคือพวกเขาต้องให้เฉียวหลานซูไปให้ปากคำกับทางหน่วย
สองคือ ตำรวจเป็นห่วงว่าผู้ชายคนนั้นจะมาระเบิดฆ่าเฉียวหลานซูจริง ๆ พวกเขามีกันแค่สามคน จะปกป้องครอบครัวนายทหารไม่ไหว
พาเฉียวหลานซูไปที่หน่วยย่อมปลอดภัยกว่า
คนจากสถานีตำรวจรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ไหว
ดังนั้น ตอนที่ฉินหยวนเจิ้งเพิ่งเตรียมตัวเลิกงานเพื่อไปรับภรรยากลับบ้าน ก็เห็นรถของตำรวจจอดอยู่ตรงทางเข้าเขตเหมือง พาภรรยามาส่งถึงเขา
