เฉียวหลานซูเดินออกมานอกห้องทำงาน มองออกไปข้างนอก หัวใจก็พลอยเต้นระทึกขึ้นมา
ทั่วทั้งบริเวณที่ตั้งของกรมทหาร มีทหารเดินขวักไขว่ไปมาอย่างเร่งรีบ แถวแล้วแถวเล่าเดินผ่านหน้าเธอไป เงาคนแน่นขนัด เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีแค่กำลังพลในพื้นที่ น่าจะเป็นกำลังเสริมที่ระดมมาจากเขตทหารอื่นเป็นการชั่วคราว
คิดดูแล้ว กองทหารอาสาในเมืองคงออกปฏิบัติการกันหมดแล้ว ทุกตรอกซอกซอยต่างเร่งลาดตระเวน ทั้งเมืองกำลังค้นหาดินระเบิดที่ถูกขโมยไป
บนหอสังเกตการณ์สูงตระหง่านใจกลางเขตเหมือง ไฟสปอตไลต์กำลังแรงหลายดวงเปิดสว่างหมดแล้ว ลำแสงสีขาวจ้าพาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน กวาดไปมา จนสนามก่อสร้างทั้งผืนสว่างราวกับกลางวัน
ลำโพงขนาดใหญ่ของสนามก่อสร้างก็เปิดประกาศวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงดังชัดเจนและเคร่งขรึม ประกาศชื่อฉู่เหลียงจวินอย่างชัดถ้อยชัดคำ พร้อมออกประกาศจับต่อคนงานและชาวบ้านใกล้เคียงทุกคน ขอให้ผู้ที่พบเบาะแสรีบรายงานทันที
เมื่อครู่ฉินหยวนเจิ้งพาคนออกไปตรวจดูรอบหนึ่ง ไม่นานก็กลับมา
พอเข้ามาในห้อง เห็นเฉียวหลานซูนั่งสงบอยู่ในห้องทำงาน สีหน้าเขายังคงนิ่งสงบ น้ำเสียงก็อ่อนโยนลง “หิวหรือยัง ฉันพาไปกินอะไรที่โรงอาหารนะ”
เฉียวหลานซู “……”
ถึงเวลาแบบนี้แล้ว ทำไมฉินหยวนเจิ้งยังดูไม่ร้อนใจสักนิดเลยนะ
เธอรีบลุกขึ้น เดินเร็ว ๆ ไปหาเขา แล้วยื่นมือไปกอดแขนเขาเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด “พี่เจิ้ง ตอนนี้ฉันยังไม่หิว… ฉันแค่ร้อนใจ ดินระเบิดพวกนั้นถ้าหาไม่เจอภายในวันนี้ แล้วเกิดเขาเอาไปทำร้ายคนขึ้นมาจริง ๆ จะทำยังไงดี”
ฉินหยวนเจิ้งก้มมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่ตึงเครียดของเธอ ก่อนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แล้วปลอบเสียงนุ่ม
“วางใจเถอะ คำนวณตามเวลาแล้ว ฉู่เหลียงจวินออกจากสนามก่อสร้างหลังหกโมง ตอนนี้หนึ่งทุ่ม เพิ่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่า เขาไม่มีทางกลับเข้าเมืองทันหรอก ทางเข้าออกเมืองถูกกองทหารอาสาปิดกั้นหมดแล้ว รถโดยสารเที่ยวเดียวที่มีอยู่ก็ถูกควบคุมไว้ เขาหนีไปไหนไม่ได้หรอก ตอนนี้เขาต้องยังอยู่แถวสนามก่อสร้างกับเขตเหมืองแน่นอน”
ฉินหยวนเจิ้งมีข้อสันนิษฐานอยู่ในใจแล้ว
