ตำรวจที่เข้าเวรวันนี้แซ่เจียง พอเห็นเฉียวหลานซูรีบร้อนมาถึงสถานีตำรวจ เขาก็ลุกขึ้นยืนทันที แล้วถามเธออย่างสุภาพว่า “สหาย คุณจะมาแจ้งความเรื่องอะไรครับ”
ตำรวจเสี่ยวเจียงยังจำเฉียวหลานซูได้
ก็เธอเป็นสาวสวยขนาดนี้ แถมยังพูดสำเนียงคนใต้ อยากไม่ให้จำได้ยังยาก
พูดไม่เกินจริง แถวนี้มีคนพูดสำเนียงแบบนี้อยู่คนเดียวก็คือเฉียวหลานซู
ตำรวจเสี่ยวเจียงนึกว่าเรื่องที่เฉียวหลานซูจะมาแจ้งความคือเรื่องพนักงานขายตั๋วที่ถูกก่อกวนก่อนหน้านี้
เขาจึงถามเธอว่า “เป็นเรื่องเพื่อนที่ทำงานเป็นพนักงานขายตั๋วอยู่สถานีรถไฟหรือเปล่าครับ ช่วงสองสามวันนี้เธอโดนก่อกวนอีกหรือ”
ไม่คิดเลยว่าคำพูดของเฉียวหลานซูจะทำให้ตำรวจตกใจไม่น้อย
เธอส่ายหน้า สีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ค่ะคุณตำรวจ วันนี้ฉันมาแจ้งความ เพราะมีคนคิดจะขโมยดินระเบิดมาแก้แค้นฉันค่ะ”
ตำรวจเสี่ยวเจียง “...”
ตำรวจหนุ่มคนนี้นึกว่าตัวเองฟังผิด เขาชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนถามย้ำว่า “มีคนคิดจะขโมยดินระเบิดมาแก้แค้นคุณหรือครับ”
ดินระเบิด?
ของแบบนี้ขโมยกันได้ด้วยหรือ
พูดตามตรง แม้แต่ตำรวจอย่างเสี่ยวเจียงเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปขโมยของแบบนี้ได้จากที่ไหน
เฉียวหลานซูยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมนั่ง สองมือกำชายเสื้อแน่น พยักหน้าด้วยสีหน้าเป็นกังวล เธอขมวดคิ้วแล้วพูดว่า
“ใช่ค่ะคุณตำรวจ เรื่องนี้ต้องเล่าย้อนไปเมื่อหลายวันก่อน มีคนงานชั่วคราวของร้านสหกรณ์การค้าเข้ามาทำความรู้จักกับฉัน ไม่เพียงแต่ไปดักรอฉันอยู่หน้าโรงงานผลิตอาหารทุกวัน ยังเดินตามฉันระหว่างทางกลับบ้านด้วย เรื่องนี้มีเพื่อนร่วมงานกับทหารเป็นพยานได้ค่ะ
สองวันก่อน คนคนนั้นยังเอาเสื้อโค้ทกับนาฬิกาข้อมือมาให้ฉัน ทั้งสองอย่างซื้อจากห้างสรรพสินค้า ราคาแพงมาก ฉันไม่กล้ารับ ก็เลยเอาของทั้งหมดไปคืนให้ลุงของเขา ลุงของเขาคงตำหนิเขา แถมยังไล่เขาออกจากงานด้วย! อ้อ ลุงของเขาคือฉู่ไหหมิง ผู้อำนวยการร้านสหกรณ์การค้า พวกคุณไปตรวจสอบได้ค่ะ
เพราะเรื่องพวกนี้ เขาถึงได้โกรธมาก มาดักฉันไว้กลางถนนแล้วบอกว่าจะระเบิดฉันให้ตาย ฉันกลัวมาก ก็เลยมาขอให้พวกคุณช่วยค่ะ”
