ตอนฉินหยวนเจิ้งรีบร้อนมาถึงโรงพยาบาล เฉียวหลานซูก็เข้าห้องคลอดไปแล้ว
เขาไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ชายหนุ่มอย่างเขาก็ไม่สะดวกจะบุกเข้าไปในห้องคลอด
เพราะในนั้นไม่ได้มีแค่เฉียวหลานซูคนเดียวที่กำลังคลอด
ป้าสือกำลังคุยกับหวงเอ้อหลิงอยู่หน้าห้องคลอด สีหน้าดูเป็นกังวล
พอเห็นฉินหยวนเจิ้งเดินมา ป้าสือก็รีบเข้าไปหา “โธ่ ผู้บังคับบัญชา ในที่สุดคุณก็มาแล้ว น้องเฉียวเข้าห้องคลอดไปแล้ว ฉันต้องรีบกลับไปเก็บของก่อน ถึงตอนน้องเฉียวคลอดจะได้ใช้”
เธอพูดจ้อไม่หยุด “ฉันต้องกลับไปเอาผ้าเช็ดตัว กะละมัง ถังน้ำอะไรพวกนี้มา อ้อ แล้วยังมีเสื้อผ้าเปลี่ยนของน้องเฉียวกับเด็ก ผ้าอ้อมเด็ก ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หมวก ถุงเท้า...”
ป้าสือเองก็ค่อนข้างตื่นเต้น จึงพูดจ้อออกมาเป็นชุด
แต่ฉินหยวนเจิ้งฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ได้จำเลยว่าป้าสือพึมพำอะไรบ้าง
แม้ตลอดเก้าเดือนที่ผ่านมา ฉินหยวนเจิ้งจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอวันนี้มาถึงจริง ๆ เขาก็ยังตื่นเต้นจนแทบทำอะไรไม่ถูก
ทำไมถึงคลอดก่อนกำหนดล่ะ?
เขายังไม่ทันเตรียมตัวเป็นพ่อเลย!
เขายืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าตึงเครียดพลางพยักหน้า ไม่สนใจว่าป้าสือพูดอะไร ถามเพียงว่า “น้องเฉียวเป็นยังไงบ้าง ตอนเข้าไปยังสบายดีใช่ไหม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?”
ป้าสือรีบตอบ “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร วันนี้ฉันพาเธอเดินเล่นตากแดดอยู่ในลานบ้าน จู่ ๆ เธอก็ปวดท้องขึ้นมา ไม่ได้หกล้ม ไม่ได้กระแทกอะไร... เมื่อกี้เพื่อนบ้านใจดีช่วยกันพาน้องเฉียวมาส่งโรงพยาบาล รีบร้อนจนไม่ได้หยิบอะไรติดมือมาสักอย่าง... หมอตรวจแล้วบอกว่าอาการดี การเจ็บท้องเป็นเรื่องปกติ ยังต้องเจ็บอีกหลายชั่วโมง เพราะการคลอดไม่ใช่เรื่องง่าย คงต้องอดทนรอกันสักหน่อย”
ฉินหยวนเจิ้งได้ยินมานานแล้วว่า ก่อนเด็กจะคลอด มดลูกจะหดรัดตัวทำให้เจ็บท้อง บางคนเจ็บอยู่หลายชั่วโมง บางคนอาจเจ็บนานสิบกว่าชั่วโมงหรือยี่สิบชั่วโมง...
ถึงได้พูดกันว่าการคลอดลูกก็เหมือนเดินผ่านประตูผีไปครั้งหนึ่ง
การให้กำเนิดชีวิตหนึ่งชีวิตเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังเป็นกระบวนการที่ยากลำบาก
ฉินหยวนเจิ้งเงียบงัน ก่อนพยักหน้าอย่างหนักใจ
