เฉียวหลานซูอ่านจดหมายจนจบอย่างละเอียดถี่ถ้วน
มีทั้งหมดสองหน้า ลายมือไม่ค่อยสวย แต่เขียนได้เป็นระเบียบเรียบร้อย
เพื่อนสนิทเล่าให้เธอฟังว่า ที่บ้านกำลังจะจัดการให้เธอแต่งงาน แต่เธอไม่อยากแต่ง เพราะคิดว่าอีกฝ่ายอายุมากเกินไป ที่สำคัญคือนิสัยไม่ดี แถมหน้าตาก็ไม่หล่อ
แต่ครอบครัวของอีกฝ่ายมีเงิน ยินดีจ่ายสินสอดก้อนโต ที่บ้านจึงบีบให้เธอแต่งงาน
เธอแอบฝากคนอื่นช่วยขอจดหมายแนะนำตัวมาให้หนึ่งฉบับ โดยอ้างว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนสาวที่เพิ่งแต่งงาน ซึ่งก็คือเฉียวหลานซู
เธอคาดว่าพอเฉียวหลานซูได้รับจดหมาย จดหมายแนะนำตัวของเธอก็คงจะขอมาได้แล้ว แต่จะซื้อตั๋วรถไฟได้เมื่อไร ตอนนี้ยังไม่แน่ใจ
เธอเองก็อาจจะออกเดินทางได้ไม่ราบรื่นนัก
แต่เธอเขียนไว้ในจดหมายว่า ต่อให้ไปหาเฉียวหลานซูไม่ได้ เธอก็จะหนีไปให้ได้ เธอไม่มีวันยอมแต่งงานกับใครส่ง ๆ เด็ดขาด
เนื้อความในจดหมายมีเพียงเท่านี้ เฉียวหลานซูอ่านทบทวนไปมาอย่างรู้สึกหม่นหมอง “ไม่รู้ว่าตอนนี้เหมยเหมยเป็นยังไงบ้าง”
จดหมายจากหยางเฉิงส่งมาถึงหลงเฉิง โดยปกติต้องใช้เวลาราวสิบวัน
ยังไม่รวมช่วงเทศกาลปีใหม่ ฝนตก หิมะตก หรือเหตุการณ์อื่น ๆ
จดหมายฉบับนี้จงเหมยส่งมาเมื่อกว่าครึ่งเดือนก่อน ตอนนี้ก็ผ่านมาถึงช่วงฉลองตรุษจีนแล้ว จงเหมยคงยังอยู่ที่บ้าน
ฉินหยวนเจิ้งกับเฉียวหลานซูกลับถึงบ้าน เขาแกะกล่องที่ถือมา แล้วเห็นว่าข้างในมีของฝากจากหยางเฉิงอยู่หลายห่อ
มีหัวไชเท้าตากแห้งหนึ่งห่อ บ๊วยดองหนึ่งไหเล็ก ลูกอมไขมันหมูหนึ่งห่อ และข้าวเหนียวปั้นหวานอีกหนึ่งห่อ
ล้วนเป็นของกิน ฉินหยวนเจิ้งหยิบของออกมาแล้วถามว่า “นี่จงเหมยส่งมาให้คุณทั้งหมดเลยใช่ไหม”
เฉียวหลานซูพยักหน้า “ใช่ หล่อนส่งมา หล่อนรู้ว่าฉันชอบกินบ๊วยดอง”
ฉินหยวนเจิ้งเห็นว่าเฉียวหลานซูดูซึมลง จึงพูดว่า “อย่าเศร้าไปเลย หล่อนไม่ได้บอกหรือว่าจะมาหาคุณ”
เฉียวหลานซูยื่นจดหมายให้ฉินหยวนเจิ้งอ่าน “หล่อนบอกว่าอยากมา แล้วก็จะแอบไปขอให้คนช่วยทำจดหมายแนะนำตัว แต่จะมาได้หรือเปล่ายังไม่แน่”
ฉินหยวนเจิ้งอ่านจดหมายพลางขมวดคิ้วถามว่า “ทำไมครอบครัวหล่อนถึงบีบให้แต่งงานด้วย”
