เติ้งเหวยจวินโกรธมากจริง ๆ เขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนกล้าปล่อยข่าวลือเรื่องชู้สาวใส่เฉียวหลานซู แถมยังพาดพิงผู้อำนวยการหยางเหวินหยานกับตัวเขาเองด้วย
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เติ้งเหวยจวินเพิ่งไปดูตัวกับหวางไห่ถัง ทั้งสองกำลังอยู่ในช่วงทำความรู้จักกัน
เติ้งเหวยจวินรู้สึกว่าทุกอย่างไปได้ดี เขาคิดว่าจะตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนฉลองตรุษจีน พอถึงเทศกาลก็จะได้พาภรรยากลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่
แต่ผลกลับกลายเป็นว่า ตอนนี้มีคนปล่อยข่าวลือว่าเขาไปส่งน้ำให้เฉียวหลานซูทุกวัน เพราะทั้งคู่มีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนกัน
เติ้งเหวยจวินโกรธจนแทบหัวระเบิด
เขาก้าวเข้าไป ตั้งใจจะฉีกโปสเตอร์ประณามแผ่นนั้น
แต่กลับถูกเฉียวหลานซูขวางไว้
เฉียวหลานซูจับแขนเติ้งเหวยจวินไว้ แล้วพูดว่า “เหวยจวิน ไม่ต้องฉีก ปล่อยให้มันติดอยู่อย่างนั้นแหละ”
เติ้งเหวยจวินถึงกับตะลึง เขามองเฉียวหลานซูแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ ของเหลวไหลไร้สาระแบบนี้จะเก็บไว้ทำไมครับ?”
ของแบบนี้เอาไปใช้แทนกระดาษชำระ เขายังรู้สึกบาดก้นเลยด้วยซ้ำ
เฉียวหลานซูมองคนรอบข้าง แล้วขึ้นเสียงเล็กน้อย “ดูเหมือนทุกคนยังสงสัยเรื่องที่ฉันขึ้นเป็นพนักงานประจำอยู่สินะ ฉันนึกว่าหลังจากผู้อำนวยการเว่ยถูกตัดสินจำคุกในข้อหายักยอกทรัพย์ ทุกคนคงรู้เหตุผลที่ฉันได้ขึ้นเป็นพนักงานประจำแล้ว ในเมื่อทุกคนยังไม่รู้ งั้นฉันจะอธิบายให้ฟังที่นี่อีกครั้ง
“เหตุผลที่ฉันได้ขึ้นเป็นพนักงานประจำ เพราะตอนย้ายจากโรงหมักผักดองไปช่วยงานที่คลังสินค้า ฉันพบว่าข้อมูลรับเข้าและจ่ายออกของคลังสินค้าสับสนวุ่นวาย แถมยังมีขนมเกลียวทอดหายไป จึงพบหลักฐานว่าผู้อำนวยการเว่ยยักยอกขนมเกลียวทอด ช่วยให้โรงงานของเรารอดพ้นจากความเสียหายกว่าหมื่นหยวน
“เพราะอย่างนั้น ผู้อำนวยการ เลขาว่าการ และหัวหน้าแผนกบุคคลจึงประชุมปรึกษากัน แล้วมอบโควตาขึ้นเป็นพนักงานประจำเพิ่มเติมให้ฉัน ส่วนโควตาขึ้นเป็นพนักงานประจำของโรงงานผลิตอาหารในปีนี้ ฉันไม่ได้แย่งไปจากใคร ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีอคติกับฉันขนาดนี้ก็ได้”
