จงเหมยดูอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่ดวงตากลับเป็นประกายลึกลับ มือของเธอคลำอยู่ข้างหัวเตียงสองสามครั้ง ไม่รู้ว่ากำลังหาอะไร
ส่วนกวนเหวินจวิ้นยังไม่ทันสังเกตเห็น เขายังคงบ่นพึมพำว่า “ผมหิวจริง ๆ ท้องร้องจ๊อก ๆ ไปหมดแล้ว พูดถึงแล้วเหมือนผมจะไม่ได้กินอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมาทั้งวัน น้ำก็... เออ น้ำ ในห้องนี้ทำไมไม่มีน้ำเลยล่ะที่รัก คุณไม่ดื่มน้ำกันเหรอ ไม่งั้นคุณไปต้มน้ำให้ผมสักหม้อสิ...”
เสียงดัง “ตุบ” จงเหมยหยิบไม้คลุกแป้งที่วางไว้ข้างหัวเตียงเพื่อป้องกันตัว เคาะขอบเตียงอย่างแรงแล้วชี้ไปทางกวนเหวินจวิ้น สีหน้าเคร่งขรึม “คุณจะไปต้มโจ๊กหรือเปล่า?”
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเหนื่อยเกินไป ตอนนี้เธอคงถีบเขาตกเตียงไปแล้ว
ให้ท้ายเขามากเกินไปแล้วจริง ๆ!
เธอไม่เคยเจอผู้ชายแบบนี้มาก่อนเลย!
กวนเหวินจวิ้นสะดุ้งตกใจ หันกลับไปเห็นไม้คลุกแป้งในมือเธอ ก็ยิ่งตกใจจนพลิกตัวกลิ้งตกจากเตียงไปทันที
เขาพูดอย่างอกสั่นขวัญแขวนว่า “ไม่ใช่นะ ที่รัก ที่รักอย่าเพิ่งโมโห ผมแค่บอกว่าผมทำกับข้าวไม่เป็น ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำสักหน่อย ทำไมต้องดุขนาดนี้ด้วย นี่เพิ่งคืนแต่งงาน คืนเข้าหอของเรานะ คุณ... คุณอย่าฆ่าสามีตัวเองสิ...”
กวนเหวินจวิ้นพูดพลางสวมกางเกงไปด้วย ท่ามกลางสายตาดุดันของจงเหมย เขาจึงจำใจไปก่อไฟทำอาหารในครัวข้างห้องอย่างหมดสภาพ
ระหว่างก่อไฟ เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เอ๊ะ ไม่ถูกสิ ภรรยาของเขาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนโยน น่ารัก เป็นแม่ศรีเรือนหรอกหรือ? ทำไมเมื่อกี้ถึงดุขนาดนั้น?
หรือฝีมือเขาจะแย่เกินไป จนทำให้เธอโมโห?
แต่ถึงจะทำให้โมโห ก็ไม่เห็นต้องหยิบไม้คลุกแป้งมาตีเขาเลย เขาเป็นสามีของเธอนะ!
…………
กวนเหวินจวิ้นทำกับข้าวไม่เป็นจริง ๆ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตแทบไม่เคยก่อไฟเองเลย
แต่ก่อนเขาเคยฝึกฝนอยู่ในหน่วย เรื่องก่อไฟ ต้มน้ำ หรือต้มอาหารให้สุก เขายังพอทำได้อยู่
จงเหมยเป็นคนขยันและคล่องแคล่ว เธอจัดครัวไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน ข้าวของทุกอย่างวางไว้อย่างเป็นที่เป็นทาง มองแล้วสบายตา
กวนเหวินจวิ้นเดินวนในครัวสองรอบ เห็นว่าหม้อสะอาดดีจึงตักน้ำใส่ลงไปสองกระบวย จากนั้นก็รื้อค้นไปทั่ว แต่กลับหาอะไรอย่างข้าว แป้ง หรือน้ำมันไม่เจอเลย
