กวนเหวินจวิ้นกับจงเหมยยังไม่ถือว่าสนิทกันมากนัก
แต่ก็รู้จักกันมาหลายเดือนแล้ว
แม้จะคบกันในฐานะแฟนเพียงไม่กี่วัน
แต่ก่อนหน้านี้พวกเขาก็จูบกันแล้ว จับมือกันแล้ว ถึงขั้นไปจดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อย
กวนเหวินจวิ้นดึงจงเหมยขึ้นเตียงเตาทันที แล้วบอกเธอว่า “เวลาไม่เช้าแล้ว พวกเราขึ้นเตียงเตากันก่อนเถอะ”
เขาร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว
เพื่อให้ทั้งคู่ได้กระชับความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา และส่งเสริมความรักความผูกพัน กวนเหวินจวิ้นจึงขอวันลาแต่งงานสามวัน ส่วนจงเหมยก็ขอลาด้วยเช่นกัน
วันลาแต่งงานมีไว้ทำอะไรหรือ?
ก็มีไว้ให้สามีภรรยาสะดวกทำเรื่องอย่างว่ากันไม่ใช่หรือไง?
มาถึงขั้นนี้แล้ว พอเห็นกวนเหวินจวิ้นร้อนรนเหมือนลิง จงเหมยก็เริ่มประหม่าอยู่บ้าง
อย่างไรก็เป็นครั้งแรก อีกอย่างเธอก็เพิ่งเป็นสาวอายุสิบเก้าเท่านั้น
กวนเหวินจวิ้นเห็นท่าทางเขินอายของเธอ ก็รู้เลยว่าในความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาครั้งนี้ เขาต้องเป็นฝ่ายกุมเกม
ถ้าเขาไม่เป็นฝ่ายเริ่ม จงเหมยคงไม่มีวันเริ่มก่อนแน่
กวนเหวินจวิ้นจับมือจงเหมยแล้วพูดว่า “อย่ามัวชักช้า เดี๋ยวฟ้ามืดเสียก่อน”
จงเหมยหน้าแดงแล้วต่อว่าเขา “คุณจะรีบอะไรขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าต้องรอให้ฟ้ามืดก่อนถึงจะทำเรื่องอย่างว่าได้หรือ”
กวนเหวินจวิ้นจุปาก มองเธอแล้วว่า “ไม่ได้ ทางเหนือของพวกเราต้องทำเรื่องนี้ก่อนฟ้ามืด ไม่อย่างนั้นจะเป็นลางไม่ดี”
จงเหมย “...”
จงเหมยรู้สึกสงสัยคำพูดของเขามาก
แต่เธอไม่รู้ธรรมเนียมของทางเหนือ จึงไม่มีทางโต้แย้งเขาได้
กวนเหวินจวิ้นดึงจงเหมยขึ้นเตียงเตา จากนั้นก็รีบร้อนถอดเสื้อผ้าของตัวเอง พอถอดจนเหลือแค่เสื้อกล้าม เขาเห็นจงเหมยยังงุ่มง่ามชักช้า จึงโน้มตัวเข้าไป ประคองเธอไว้แล้วจูบลงไป
ช่วยไม่ได้ ภรรยาของเขาขี้อายเกินไป เขาต้องเป็นฝ่ายนำทาง
ถึงอย่างนั้นเขาเองก็เป็นครั้งแรกเหมือนกัน
นี่นับเป็นการจูบครั้งที่สองของทั้งคู่ พวกเขาจึงยังเขินอายกันอยู่บ้าง
แต่ครั้งแรกยังไม่คุ้น ครั้งที่สองก็เริ่มคุ้นแล้ว พอกวนเหวินจวิ้นเกิดอารมณ์ขึ้นมา ความเขินอายก็ถูกกดลงไป
ใครจะเข้าใจบ้าง อายุปูนนี้แล้ว ในที่สุดเขาก็จะได้พ้นจากความเป็นชายบริสุทธิ์เสียที
