ฉินหยวนเจิ้งพาเฉียวหลานซูออกมาจากบ้าน “แถวนี้มีห้างสรรพสินค้าอยู่แห่งหนึ่ง พรุ่งนี้เราไปดูกันหน่อย ซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันกัน”
ในเมื่อกำลังจะแต่งงานกัน ก็ต้องเตรียมข้าวของให้พร้อมสักหน่อย
ฉินหยวนเจิ้งเป็นทหารมาสิบกว่าปี เงินที่หามาได้ นอกจากส่วนหนึ่งจะส่งกลับบ้านแล้ว ที่เหลือส่วนใหญ่ก็เก็บไว้กับตัวมาตลอด
เมื่อก่อนเขาคิดว่าเงินไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร อย่างไรเสียหน่วยก็จัดทั้งอาหารและที่พักให้อยู่แล้ว
แต่ตอนนี้มีภรรยาแล้ว เขากลับรู้สึกว่าบ้านขาดโน่นขาดนี่ไปหมด ต้องซื้อทุกอย่างมาให้ครบ
เห็นอะไรก็อยากซื้อให้เฉียวหลานซูไปหมด รู้สึกว่าต่อให้รักและเอาใจใส่เธอแค่ไหนก็ยังไม่พอ
เฉียวหลานซูเดินออกมาจากบ้านแล้วถามว่า “คุณยังต้องไปทำงานที่หน่วยหรือคะ”
ฉินหยวนเจิ้งพยักหน้า “ผมยื่นขอวันลาแต่งงานไว้หนึ่งสัปดาห์ แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติ วันนี้ยังต้องไปอยู่ คุณกลับไปหอพักในเขตทหารก่อนไหม”
ในบ้านหลังนี้ยังไม่มีอะไรเลย ข้าวของของเขาก็ยังไม่ได้ย้ายมา
แต่ข้าวของของเฉียวหลานซู หัวหน้าพลตระเวนเสี่ยวหยางขนมาส่งที่นี่แล้ว
เฉียวหลานซูจึงบอกว่า “ไม่ต้องค่ะ พอดีทางนี้ต้องทำความสะอาดอยู่แล้ว ฉันจะอยู่ที่นี่ เก็บกวาดง่าย ๆ ก็พอ ตอนเย็นคุณเลิกงานแล้วค่อยไปขนของมา คืนนี้เราพักที่นี่กันดีไหมคะ”
ฉินหยวนเจิ้งมองแก้มแดงระเรื่อของเฉียวหลานซู หัวใจก็ไหววูบ
พวกเขาจดทะเบียนกันแล้ว เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เช่นนั้นคืนนี้...
เขายื่นมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ แล้วพูดเสียงต่ำว่า “ได้ คุณเก็บกวาดง่าย ๆ ก็พอ ที่เหลือรอผมกลับมาทำ ผมจะรีบกลับมา”
เฉียวหลานซูยืนอยู่ตรงประตู พยักหน้าอย่างเขินอาย
ฉินหยวนเจิ้งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “รอผมกลับมานะ”
