ทางกวนเหวินจวิ้นสอบสวนเสร็จเร็วมาก หลิวเหวยตงมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ถูกตัดสินประหารชีวิต อีกไม่นานก็ต้องถูกยิงเป้า
ซุนเฉี่ยวเฟินกับหลิวเว่ยหงผู้เป็นแม่ลูกกันกัดฟันยืนกรานว่าไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร
โยนความผิดทั้งหมดให้หลิวเหวยตงไป อย่างไรเสียหลิวเหวยตงก็หมดทางรอดแล้ว คงไม่ถึงกับต้องลากพี่สาวกับแม่ลงไปพัวพันด้วยหรอกนะ
ดังนั้นแม่ลูกคู่นี้จึงถูกตัดสินให้ใช้แรงงานบำบัดเป็นเวลาหกปี อีกสองวันก็ต้องถูกส่งตัวไปแล้ว
หลิวเหวยตงเอาแต่โวยวายอยู่ในคณะกรรมการปฏิวัติทุกวันว่าจะขอพบหลิวเจิ้งซิง แต่คนของคณะกรรมการปฏิวัติไม่สนใจเขาเลย
นี่มันยุคไหนแล้ว ยังกล้าขายยาเสพติดอีก ไม่เท่ากับกำลังทำร้ายเพื่อนร่วมชาติให้ตายหรือไง
คนแบบนี้ปล่อยไว้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด
บางคนใช้แรงงานบำบัดได้ ยังแก้ไขให้กลับตัวได้ แต่คนอย่างหลิวเหวยตงนั้นหมดทางแก้ไขแล้ว
หลิวเจิ้งซิงพยายามใช้เส้นสายอยู่หลายทาง แต่คนที่เขาหามาได้ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่หัวหน้าหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ พออยู่ต่อหน้าผู้อำนวยการคณะกรรมการปฏิวัติแล้วก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเลย
กวนเหวินจวิ้นนั่งจิบชาอยู่ในห้องทำงานอย่างสบายใจ ได้สัมผัสความรู้สึกที่มีคนมาต่อแถวขอให้ช่วยจัดการธุระให้สักที
จะบอกว่าสะใจคำเดียวคงไม่พอ!
……
เรื่องของหลิวเว่ยหง พนักงานในโรงงานผลิตอาหารต่างก็ได้ยินกันหมดแล้ว
ช่วงนี้ใกล้จะหยุดสิ้นปีแล้ว คนงานหญิงในโรงหมักผักดองต่างก็ว่างกันหมด
หวางเสวี่ยใส่เมล็ดทานตะวันไว้ในกระเป๋าเสื้อ แต่เช้าก็พิงขอบหน้าต่างของเฉียวหลานซู คุยเรื่องนี้ให้เธอฟังอย่างสนุกปากว่า “ฉันได้ยินมาว่าหลิวเว่ยหงจะถูกส่งไปใช้แรงงานบำบัด เธอรู้ไหมว่าหล่อนทำเรื่องอะไร”
เฉียวหลานซูยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มือถักเสื้อไหมพรมไปช้า ๆ พลางพูดเสียงเบาว่า “ฉันได้ยินมาว่าเป็นเรื่องน้องชายของเธอ เธอช่วยน้องชายขนย้ายยาเสพติด”
พอหวางเสวี่ยได้ยินก็สบถด่าทันทีว่า “สมควรแล้ว ประเทศเราเพิ่งยืนหยัดขึ้นมาได้ไม่กี่ปี พวกเขากลับยังกล้าทำเรื่องแบบนี้อีก ถูกยิงเป้าก็ไม่ได้น่าสงสารสักนิด!”
เดิมทีหวางเสวี่ยยังรู้สึกว่าหลิวเหวยตงกำลังจะถูกยิงเป้า นับว่าน่าสงสารอยู่บ้าง
