ในห้องนั้นเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกคึกโครม กวนเหวินจวิ้นกับลูกน้องถูกคนตระกูลหลิวยั่วโมโหจนแทบระเบิด
แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นครอบครัวของเจ้าหน้าที่ พวกเขาจึงลงมือไม่ได้
ถึงอย่างไรหากลงมือขึ้นมา พวกเขาก็จะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ด้านนอก ฉินหยวนเจิ้งกับลูกน้องคนหนึ่งเดิมทีเฝ้าดูอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน พอเห็นว่าในบ้านเริ่มทะเลาะกัน ฉินหยวนเจิ้งก็พาลูกน้องไปนั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตูบ้านหลิวเจิ้งซิง คอยฟังความเคลื่อนไหวข้างใน
ตอนนี้ฟ้ามืดสนิท แถวนี้ก็ไม่มีไฟถนน อากาศหนาว ลมเย็นพัดหวีดหวิว ท้องฟ้าในความมืดดูเหลืองอร่าม ราวกับหิมะกำลังจะตก
ฉินหยวนเจิ้งขมวดคิ้วมองท้องฟ้า ในใจคิดถึงภรรยาสาวตัวนุ่มนิ่มหอมกรุ่นที่บ้าน ไม่รู้ว่าภรรยาสาวของเขาอยู่บ้านคนเดียวจะกลัวไหม หนาวหรือเปล่า หิวหรือไม่
ป่านนี้เธอเข้านอนหรือยังนะ
ถ้าภรรยาของเขาอยากแช่เท้าขึ้นมา เขาก็ต้องรีบกลับไปต้มน้ำร้อนให้เธอ
คิดถึงตรงนี้ ฉินหยวนเจิ้งก็เริ่มหมดความอดทนขึ้นมาแล้ว
เขารู้สึกว่ากวนเหวินจวิ้นทำงานเชื่องช้าจนน่าหงุดหงิด ขนาดซุนเฉี่ยวเฟินที่เป็นแค่ผู้หญิงปากจัดคนเดียวยังเอาไม่อยู่ แล้วจะหวังให้เขาทำอะไรสำเร็จได้อีก
ฉินหยวนเจิ้งหันไปกระซิบข้างหูลูกน้องสองสามคำ
ลูกน้องที่นั่งยองอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าทันที “รับทราบครับ ผู้บังคับกองพัน ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
ฉินหยวนเจิ้งเสริมเสียงเบาว่า “ขับรถของฉันไป”
ลูกน้องพยักหน้าแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
หลงเฉิงไม่ใช่เมืองใหญ่ ไปชานเมืองก็ไม่ไกล
จากที่นี่ไปเขตเหมือง ขับรถไปก็ใช้เวลาแค่สิบกว่านาที
ขอแค่กวนเหวินจวิ้นถ่วงซุนเฉี่ยวเฟินไว้ในบ้านได้ก็พอ
ส่วนในบ้าน ซุนเฉี่ยวเฟินจับมือหลิวเว่ยหง พยายามขอตัวกลับอยู่หลายครั้ง แต่ถูกคนของกวนเหวินจวิ้นขัดขวางไว้ทุกครั้ง
คนของกวนเหวินจวิ้นค้นทุกห้องจนทั่วแล้ว แต่ไม่พบอะไรเลย
ห้องของหลิวเหวยตงสะอาดสะอ้านเป็นพิเศษ ไม่มีอะไรสักอย่าง
เมื่อคนของกวนเหวินจวิ้นค้นเสร็จ หลิวเจิ้งซิงก็พูดกับเขาว่า “ผู้อำนวยการกวน ตอนนี้ค้นเสร็จแล้ว พวกคุณกลับได้หรือยัง”
กวนเหวินจวิ้นมองสีหน้ายิ้มคล้ายไม่ยิ้มของหลิวเจิ้งซิง
เขารู้ว่าคราวนี้ตนทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองอย่างหนักแล้ว
