เฉียวหลานซูคิดว่าฉินหยวนเจิ้งแค่ตั้งใจหยอกเธอเล่นเสียอีก
ที่ไหนได้ ฉินหยวนเจิ้งตั้งใจจะลงมือทำจริงจัง!
หลังจากกินข้าวและอาบน้ำเสร็จ ทั้งสองก็ขึ้นไปบนเตียงเตา ฉินหยวนเจิ้งก็กดเฉียวหลานซูลงบนเตียงเตาทันที
เขาโน้มตัวมากระซิบข้างหูเฉียวหลานซูเสียงเบาว่า “คุณนอนอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวผมปรนนิบัติคุณเอง”
เฉียวหลานซู “……”
********
ผู้ชายวัยนี้ช่างรู้วิธีกลั่นแกล้งคนเสียจริง หลังจากครั้งนั้น เฉียวหลานซูไม่เพียงแต่กลัวนิ้วมือหยาบกร้านของฉินหยวนเจิ้ง แม้แต่เห็นปากเขาก็ยังกลัว
เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนฉินหยวนเจิ้งดื่มโจ๊ก เขาซู้ดโจ๊กหมดไปครึ่งชามในรวดเดียว ทำเอาเฉียวหลานซูมองแล้วใจเต้นระทึก
เธอว่าแล้วเชียว เมื่อคืนทำไมถึงได้...
ฉินหยวนเจิ้งซดโจ๊กสองสามอึกก็หมดชาม หยิบขนมโม่ข้าวโพดนุ่มฟูขึ้นมากัดเต็มคำ พอเงยหน้าก็เห็นเฉียวหลานซูมองเขาด้วยท่าทางหวาดผวา ใบหน้าแดงก่ำ
เขาเลิกคิ้ว เดินมานั่งข้างเธอแล้วถามว่า “เป็นอะไรไป? ยังบวมไม่หายเหรอ?”
เฉียวหลานซู “……”
เฉียวหลานซูมองปากของเขา ริมฝีปากบางมีหนวดสั้น ๆ แข็งกระด้างขึ้นอยู่เต็มไปหมด ข้างมุมปากยังมีไฝดำเม็ดเล็ก ๆ อยู่ด้วย
เธอไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมา จึงยื่นมือไปลูบคางเขา หนวดสั้น ๆ ทิ่มมือจนฝ่ามือชา เธอรีบชักมือกลับ ใบหน้าแดงระเรื่อ ไม่กล้าหวนคิดถึงเรื่องเมื่อคืน
ฉินหยวนเจิ้งรู้ว่าเธอกำลังเขิน
