คืนนั้น นับตั้งแต่แต่งงานกันมา เป็นครั้งแรกที่ฉินหยวนเจิ้งไม่ได้กินของคาว
สองสามีภรรยากอดผ้าห่มคุยกันเฉย ๆ
เฉียวหลานซูเอ่ยเสียงเบาว่า “ถ้าครั้งนี้ฉันถูกผู้ชายคนนั้นพาตัวไป แล้วขังไว้ในถ้ำดิน พวกเราก็คงไม่ได้รู้จักกัน ยิ่งไม่มีทางได้แต่งงานกัน พี่เจิ้ง พี่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นไหม?”
ฉินหยวนเจิ้งตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่แต่ง”
ถ้าฉินหยวนเจิ้งเป็นคนยอมแต่งกับใครก็ได้ เขาคงแต่งงานไปนานแล้ว ไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้
ถึงอย่างไร ด้วยคุณสมบัติของเขา ต่อให้ป่วยเป็นโรคหมัน ก็ยังมีผู้หญิงที่เต็มใจแต่งงานกับเขาอยู่ดี
แต่จะว่าอย่างไรดีนะ ตอนที่เขาไปดูตัวกับผู้หญิงพวกนั้นและพูดคุยกัน เขามักรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะกันเท่าไร
บางทีอาจเป็นเพราะเขายังไม่เจอผู้หญิงที่ถูกชะตาก็ได้
เขากอดเฉียวหลานซูไว้ แล้วจูบแก้มเธอเบา ๆ ก่อนพูดเสียงต่ำว่า “ฉันชอบคนแบบเธอ ถ้าเธอไม่มา ฉันคงต้องอยู่เป็นโสดไปทั้งชีวิตแน่”
เฉียวหลานซูนึกถึงตอนที่เธอเพิ่งย้อนกลับมา แล้วเห็นฉินหยวนเจิ้งเดินอยู่กับหวางหุยผิงและลูกชาย จึงเข้าใจผิดว่าเขาแต่งงานมีลูกแล้ว
ตอนนั้นเธอไม่เพียงแต่เสียใจ ยังรู้สึกโกรธอยู่บ้างด้วย
เธอคิดว่าที่ฉินหยวนเจิ้งในชาติที่แล้วบอกว่าตัวเองอายุสี่สิบแล้วยังไม่เคยแต่งงาน เป็นคำพูดที่เขาใช้หลอกเธอ
ความรู้สึกสิ้นหวังและหวาดกลัวหลังฝันร้ายของเฉียวหลานซู ในที่สุดก็สงบลงได้ด้วยคำปลอบโยนเสียงแผ่วเบาของฉินหยวนเจิ้ง
ฉินหยวนเจิ้งเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว ร่างกายร้อนราวกับเตาไฟ
แม้หิมะจะกำลังตกอยู่ด้านนอกหน้าต่าง แต่แท่นนอนอุ่นของพวกเขากลับอบอุ่นมาก
